การเริ่มต้นธุรกิจเสริมเป็นหนึ่งในวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในการเป็นผู้ประกอบการไปพร้อมกับการได้เงินเดือนเต็มเวลา จากการสำรวจของ Self ในปี 2025 พบว่า งานเสริมเหล่านี้โดยทั่วไปใช้เวลาเพียงสัปดาห์ละ 5-10 ชั่วโมง และสามารถทำเงินได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 688 ดอลลาร์
บทความนี้จะแนะนำ 24 ไอเดียธุรกิจเสริมที่ทำกำไรได้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมตามตารางเวลาของคุณเอง คุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมแผนการเริ่มต้นธุรกิจ 30 วันที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้า
ธุรกิจเสริมคืออะไร?
ธุรกิจเสริมคือกิจการที่คุณทำนอกเหนือจากงานประจำ หรือที่เรียกว่างานเสริม ธุรกิจเหล่านี้มักใช้เวลาทำประมาณ 10-20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
วิธีเลือกธุรกิจเสริมที่เหมาะกับคุณ
ก่อนที่คุณจะเริ่มดูรายการไอเดียต่างๆ ลองใช้เวลาสักครู่คิดทบทวนดูว่าควรเลือกไอเดียธุรกิจแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเก็บตัวที่ชอบทำธุรกิจ กำลังมองหาไอเดียธุรกิจสำหรับครอบครัว หรือเป็นวัยรุ่นหรือนักศึกษาที่กำลังมองหางานเสริม เส้นทางที่ดีที่สุดนั้นสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และจุดแข็งของคุณ
แบบประเมินตนเองคร่าวๆ
- คุณสามารถทุ่มเทเวลาจริงๆ ได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์?
- คุณพร้อมลงทุนเงินทุนเริ่มต้นเท่าไหร่?
- คุณมีทักษะและประสบการณ์อะไรบ้างที่จะนำมาใช้ประโยชน์?
- ไอเดียนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดหรือความต้องการของลูกค้าหรือไม่?
- จะเข้ากับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายระยะยาวของคุณหรือไม่?
ประเมินเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่
ลองพิจารณาดูว่าคุณสามารถทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจพาร์ทไทม์ได้มากแค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ การทุ่มเทเวลา 5 ชั่วโมงกับ 20 ชั่วโมงนั้นแตกต่างกันอย่างมากในประเภทธุรกิจที่คุณเลือก ธุรกิจที่ต้องใช้เวลามาก เช่น การขายสินค้าทำมือ อาจทำได้ยากหากคุณต้องทำการตลาดและจัดส่งสินค้าด้วย
นอกจากนี้ คุณยังต้องประเมินทรัพยากรที่คุณมีอยู่แล้ว ทั้งด้านการเงินและด้านสถานที่ คุณมีพื้นที่เก็บสินค้าหรือไม่ คุณมีคนรู้จักที่สามารถช่วยคุณด้านการออกแบบได้หรือไม่ มีคนรู้จักที่เป็นซัพพลายเออร์หรือไม่ การเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังเริ่มต้นจะช่วยให้คุณเลือกไอเดียธุรกิจออนไลน์ที่เหมาะสมด้วยเงินลงทุนต่ำและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีที่สุด
ประเมินต้นทุนเริ่มต้นและศักยภาพรายได้
จำนวนเงินทุนที่คุณสามารถและเต็มใจที่จะใช้จ่ายจะมีผลต่อไอเดียธุรกิจเสริมที่คุณตัดสินใจจะทำต่อจากนี้ ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังมองหาไอเดียธุรกิจเสริมที่ใช้เงินลงทุนต่ำ โมเดลธุรกิจอย่าง Dropshipping หรือ Affiliate Marketing อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
นอกจากนี้ คุณยังต้องประเมินศักยภาพรายได้ในระยะยาว คุณต้องการมีรายได้เดือนละหรือปีละเท่าไหร่? ใช้เป้าหมายของคุณเป็นแนวทางในการเลือกโอกาสที่คุ้มค่ากับเวลาและพลังงานของคุณ
จับคู่ทักษะของคุณกับความต้องการของตลาด
ก่อนที่สายสะพายขวดน้ำของ WanderFull จะวางจำหน่าย ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Katie Hill ได้วิเคราะห์จุดแข็งที่ช่วยส่งเสริมกันของเธอกับหุ้นส่วน เพื่อหาความต้องการของตลาดที่ชัดเจน “หนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จของเราคือจุดแข็งที่แตกต่างกันที่เรานำมารวมกัน ฉันคิดว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของเคล็ดลับความสำเร็จของเรา”
เมื่อคุณกำลังคิดว่าจะขายอะไร ให้คิดถึงคุณสมบัติและทักษะเฉพาะตัวของคุณ คุณมีทักษะอะไรอยู่แล้วบ้าง และทักษะเหล่านั้นจะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร จุดที่ทับซ้อนกันนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเสริมที่ประสบความสำเร็จ
24 ไอเดียธุรกิจเสริมที่ดีที่สุดสำหรับปี 2026
- Dropship
- Print on Demand
- การตลาดแบบพันธมิตร
- ร้านค้าสินค้ามีม AI
- การตลาดพันธมิตร TikTok Shop
- การทำสินค้าดิจิทัล
- ผู้ช่วยเสมือน (VA)
- ฟรีแลนซ์
- เทรนเนอร์ส่วนตัวหรือโค้ชฟิตเนส
- การสอนพิเศษ
- แอดมินโซเชียลมีเดีย
- บริการทำบัญชี
- การขายงานฝีมือ
- การขายเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือเฟอร์นิเจอร์มือสอง
- กล่องของขวัญแบบคัสตอม
- ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล
- การเป็นไลฟ์สตรีมเมอร์
- การเปิดช่อง YouTube
- การทำพอดแคสต์
- การสร้าง UGC สำหรับแบรนด์
- บริการดูแลสัตว์เลี้ยง
- การจัดงานอีเวนต์
- การจัดระเบียบภายในบ้าน
- บริการเตรียมอาหาร
ด้วยความรู้เพียงเล็กน้อยและความพยายาม คุณก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจเสริมของคุณเองได้ ลองดูไอเดียธุรกิจเสริม 24 อย่างต่อไปนี้สำหรับปี 2026 ซึ่งมีตัวเลือกที่คุณสามารถเริ่มทำได้จากที่บ้าน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย
ธุรกิจออนไลน์และดิจิทัล (ต้นทุนเริ่มต้นน้อย)
1. Dropship
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: น้อย 🕜
ไม่ว่าคุณจะอยากมีรายได้เสริมหรือต้องการขยายร้านค้าออนไลน์ การเริ่มทำ Dropship อาจเป็นไอเดียธุรกิจที่เหมาะสำหรับคุณ
Dropship คือวิธีการจัดส่งสินค้าที่คุณไม่ต้องสต็อกสินค้า โดยคุณจะซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์หลังจากได้รับคำสั่งซื้อแล้ว และซัพพลายเออร์จะจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าของคุณ
ร้านค้า Dropshipping ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือเวลามากในการก่อตั้งและดำเนินงาน หากทำอย่างถูกต้อง ก็สามารถเป็นธุรกิจเสริมที่ทำกำไรได้ดี
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ลาออกจากงานประจำทันทีหลังจากเปิดร้านค้า Dropship พวกเขาใช้เวลาในการพัฒนาหน้าร้าน ปรับปรุงบริการลูกค้า และค้นหาซัพพลายเออร์ที่ดีที่สุด จนกว่าจะเห็นกระแสเงินสดที่ดี ถึงแม้ธุรกิจและผู้ประกอบการแต่ละรายนั้นแตกต่างกัน แต่ก็มีโอกาสทำเงินได้เดือนละ 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์ หลังจากร่วมมือกับร้านค้าของคุณประมาณ 10 ถึง 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นเวลาหนึ่งปี
ถึงแม้อาจดูยากในตอนแรก แต่ไอเดียรายได้แบบไม่ต้องลงแรงนี้สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและในที่สุดก็สามารถสร้างรายได้เต็มเวลาได้ หากทำอย่างถูกวิธี
2. Print on Demand
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: น้อย 🕜
Print on demand เป็นวิธีง่ายๆ ในการสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ของคุณ โดยเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อปรับแต่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระเป๋าผ้าหรือเสื้อยืดด้วยดีไซน์ของคุณเอง คุณไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับผลิตภัณฑ์ใดๆ ซัพพลายเออร์จะพิมพ์และจัดส่งสินค้าแต่ละชิ้นตามความต้องการภายใต้แบรนด์ของคุณ
การพิมพ์ตามสั่งเป็นไอเดียธุรกิจเสริมที่ยอดเยี่ยม เพราะใช้เงินลงทุนน้อยมากหรือแทบไม่ต้องลงทุนเลย คุณไม่ต้องเก็บสินค้าคงคลัง ไม่ต้องเสียเงินไปกับวัสดุหรืออุปกรณ์ คุณเพียงแค่เลือกบริษัท Print on Demand ที่จะร่วมงานด้วย สร้างสรรค์ดีไซน์ของคุณ แล้วอัปโหลดไปยังร้านค้า Shopify ของคุณ
การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของคุณคือเวลาในการสร้างสรรค์ดีไซน์และสร้างแบรนด์ออนไลน์ของคุณ สินค้า Print on Demand ยอดนิยมที่ธุรกิจต่างๆ ขายมีดังนี้
- เสื้อยืด
- หนังสือ
- กระเป๋า
- งานศิลปะติดผนัง
- เคสโทรศัพท์
- แก้วน้ำ
- ถุงเท้า
3. การตลาดแบบพันธมิตร
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: น้อย 🕜
การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) หมายถึงการรับค่าคอมมิชชั่นจากการโปรโมตสินค้าหรือบริการของบริษัทอื่น เป็นรูปแบบธุรกิจที่คุณในฐานะพันธมิตรจะได้รับเงินจากการสร้างผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงให้กับบริษัทหรือผู้โฆษณา ส่วนใหญ่จะเป็นการขาย แต่บางโปรแกรมก็จ่ายเงินสำหรับจำนวนผู้ติดต่อ การคลิก การดาวน์โหลด และผลลัพธ์ทางธุรกิจอื่นๆ
โดยทั่วไปแล้ว โปรแกรมพันธมิตรเข้าร่วมได้ฟรี ดังนั้นต้นทุนเริ่มต้นจึงต่ำ เนื่องจากเป็นโอกาสที่ขึ้นอยู่กับผลงาน คุณจึงสามารถเปลี่ยนจากธุรกิจเสริมเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่องได้
รายการของช่องทางการตลาดแบบพันธมิตรนั้นยาวมาก คุณสามารถหาผลิตภัณฑ์ที่จะขายได้ในทุกหมวดหมู่
- งานอดิเรก: การถ่ายภาพ, การท่องเที่ยว, คาสิโน
- เงิน: การลงทุน, ธนาคาร, บัตรเครดิต
- สุขภาพและการดูแลตัวเอง: ฟิตเนส, โยคะ, โภชนาการ
- ไลฟ์สไตล์: แฟชั่น, เครื่องประดับ, การหาคู่ออนไลน์
- บ้าน: กาแฟ, ผลิตภัณฑ์เด็ก, สุนัข, พืช
- เทคโนโลยี: เว็บโฮสติ้ง, WordPress, เกม, VPN
วิธีการทำงานของโปรแกรมพันธมิตรนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา คุณพูดถึงผลิตภัณฑ์โดยการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย บล็อก เว็บไซต์ ช่อง YouTube พอดแคสต์ ฯลฯ จากนั้นคุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นทุกครั้งที่มีคนซื้อผ่านลิงก์เฉพาะของคุณ
การตลาดแบบพันธมิตรนั้นง่ายต่อการดำเนินการ เพราะคุณทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ความเสี่ยงต่ำเพราะโปรแกรมส่วนใหญ่เข้าร่วมได้ฟรี และขยายขนาดได้ง่ายเมื่อคุณสร้างฐานผู้ชมได้แล้ว
4. ร้านขายสินค้ามีม AI
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ต่ำ 🕑
ผู้ที่ต้องการหารายได้จากไอเดียธุรกิจ AI เช่น ร้านขายสินค้ามีม AI สามารถสร้างรายได้สูงถึงหลายพันดอลลาร์ต่อเดือน ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการสร้างดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ต้องการ รวมถึงการสร้างฐานลูกค้าหรือกลุ่มเฉพาะ
ในช่วงเริ่มต้น คาดว่าจะต้องใช้เวลา 10 ถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการตั้งค่าร้านค้า สร้างดีไซน์ เขียนคำอธิบายสินค้า และโปรโมตบนโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มการขาย เมื่อร้านค้าเปิดใช้งานและได้รับการปรับแต่งแล้ว คุณอาจใช้เวลาน้อยลงในการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเลือกใช้ระบบพิมพ์ตามสั่ง
ใช้เครื่องมือ AI เช่น Canva, Midjourney หรือ DALL-E ในการสร้างดีไซน์ และแพลตฟอร์มเช่น Printful หรือ Printify สำหรับการจัดส่ง
5. การตลาดพันธมิตร TikTok Shop
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ต่ำ 🕑
หากคุณกำลังมองหาไอเดียธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร ใช้เวลาน้อย และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก ลองทำการตลาดแบบพันธมิตรบน TikTok ดูสิ
การตลาดแบบพันธมิตรบน TikTok เป็นการตลาดแบบพันธมิตรเฉพาะบนแพลตฟอร์มนี้ คุณต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 5,000 คนเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมพันธมิตรของ TikTok จากนั้นคุณสามารถใส่ลิงก์พันธมิตรเฉพาะบนหน้าโปรไฟล์ของคุณหรือในความคิดเห็นได้ หากคุณมีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน คุณสามารถเพิ่มลิงก์ใน Stories ของคุณได้
รายได้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ติดตามของคุณมีส่วนร่วมมากแค่ไหน ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่คุณโปรโมต จำนวนเงินที่คุณได้รับจากแต่ละรายการ และความถี่ที่ผู้คนใช้ลิงก์พันธมิตรของคุณเพื่อทำการซื้อ
6. การทำสินค้าดิจิทัล
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: น้อย 🕑
ไอเดียธุรกิจอัตโนมัติอย่างหนึ่ง (มักเรียกว่าโมเดล "ตั้งร้านแล้วไม่ต้องดูแลอีกเลย") คือการสร้างและขายสินค้าดิจิทัล เช่น อีบุ๊กที่ดาวน์โหลดได้ คอร์สเรียนออนไลน์ เทมเพลตออกแบบ หรือภาพศิลปะดิจิทัลที่ลูกค้าสามารถพิมพ์เองที่บ้านได้
ถึงแม้การเริ่มต้นธุรกิจจะต้องใช้ทักษะและความพยายาม แต่ธุรกิจสินค้าดิจิทัลนั้นดูแลรักษาง่าย
โดยเฉลี่ยแล้ว ธุรกิจที่ขายสินค้าดิจิทัลสามารถคาดหวังรายได้ปีละ 76,639 ดอลลาร์ หรือเดือนละ 6,386 ดอลลาร์
ธุรกิจให้บริการ
7. ผู้ช่วยเสมือน (VA)
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant หรือ VA) ให้ความช่วยเหลือด้านธุรการ เทคนิค หรือความคิดสร้างสรรค์แก่ลูกค้าจากระยะไกล โดยปกติจะทำงานจากที่บ้าน เนื่องจากธุรกิจจำนวนมากขึ้นหันมาดำเนินงานออนไลน์ ตลาด VA ทั่วโลกจึงคาดว่าจะเติบโตถึง 23.6 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2033
ผู้ช่วยเสมือนสามารถทำงานได้จากทุกที่ เลือกรับลูกค้า และกำหนดเวลาทำงานเองได้ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานพาร์ทไทม์ คุณสามารถเสนอบริการที่หลากหลายตามทักษะและความสนใจของคุณ เช่น การจัดการอีเมล การจัดการโซเชียลมีเดีย การสร้างคอนเทนต์ การป้อนข้อมูล การบริการลูกค้า และอื่นๆ
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ช่วยเสมือนจะได้รับค่าตอบแทนชั่วโมงละ 24 ดอลลาร์ ส่วนผู้ช่วยเสมือนที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์มากกว่า อาจได้รับค่าตอบแทนสูงถึงชั่วโมงละ 75 ดอลลาร์
8. ฟรีแลนซ์
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
เจ้าของธุรกิจเต็มเวลาจำนวนมากที่ขายบริการออนไลน์เริ่มต้นด้วยการรับงานฟรีแลนซ์แบบพาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ทำงานกับหลายบริษัทในเวลาที่แตกต่างกัน แทนที่จะทำงานประจำกับบริษัทเดียว และสิ่งที่คุณต้องการก็คือทักษะที่จะขาย ส่วนที่ดีที่สุดคือ คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจที่บ้านได้จากทุกที่
ตัวอย่างเช่น Kaitlin Cremmins ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Long Island Screen Printing เปลี่ยนทักษะการถ่ายภาพของเธอให้เป็นรายได้เสริม
"ฉันรักการถ่ายภาพมาโดยตลอด แต่ฉันไม่เคยกำหนดขอบเขตเฉพาะของตัวเองได้ ฉันชอบถ่ายภาพหลายอย่าง เช่น ถ่ายภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ ถ่ายภาพอสังหาริมทรัพย์ คอนเสิร์ต ถ่ายภาพสินค้าสำหรับธุรกิจในท้องถิ่น เนื่องจากฉันทำงานประจำเต็มเวลา ฉันจึงสามารถถ่ายภาพได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงวันหยุดยาว มันเป็นช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ของฉันเปล่งประกาย และเป็นสิ่งที่ฉันหลงใหลจริงๆ นอกจากนี้ ฉันยังสามารถหารายได้เสริมได้อีกด้วย"
การรับงานฟรีแลนซ์มีหลายรูปแบบดังนี้
- ผู้ช่วยเสมือน
- นักเขียนฟรีแลนซ์
- ช่างภาพ
- นักออกแบบกราฟิก
- นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
- ที่ปรึกษา SEO
- นักเขียนโฆษณา
- บล็อกเกอร์
การทำงานอิสระเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุด ทั้งสำหรับผู้ที่ทำงานพาร์ทไทม์และเต็มเวลา คาดการณ์ว่าภายในปี 2027 จะมีคนทำงานอิสระในสหรัฐอเมริกาถึง 86.5 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 50% ของแรงงานทั้งหมด ฟรีแลนซ์หลายคนยังเพิ่มแหล่งรายได้ด้วยการสร้างคอร์สออนไลน์หรือขายผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
แม้ว่าเว็บไซต์ฟรีแลนซ์อย่าง Fiverr หรือ Upwork จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ แต่ก็คิดค่าคอมมิชชั่น ดังนั้น ควรซื้อชื่อโดเมนของคุณเองและสร้างพอร์ตโฟลิโอออนไลน์ คุณสามารถค้นหาประกาศรับสมัครงานและเสนอตัวไปยังบริษัทต่างๆ หรือทำการตลาดตัวเองบนโซเชียลมีเดียอย่าง LinkedIn ก็ได้
9. เทรนเนอร์ส่วนตัวหรือโค้ชฟิตเนส
ระดับความยาก: ต้องเป็นมืออาชีพ ⭐⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
ความสนใจในเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่มองหาคำแนะนำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การสร้างกล้ามเนื้อ หรือการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
เทรนเนอร์ส่วนตัวและโค้ชฟิตเนสสามารถกำหนดเวลาทำงานของตนเองได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ คุณสามารถกำหนดตารางเรียนตามความสะดวกของคุณ (เช้าตรู่ เย็น หรือวันหยุดสุดสัปดาห์) และทำการตลาดธุรกิจของคุณบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น TikTok และ Instagram
และคุณยังสามารถเลือกเรียนการฝึกส่วนตัวประเภทต่างๆ ได้
- การฝึกสอนฟิตเนสออนไลน์: สร้างแผนการออกกำลังกายและโภชนาการส่วนบุคคลผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปฝึกสอน
- การฝึกอบรมเฉพาะทาง: สร้างแผนการฝึกอบรมสำหรับผู้สูงอายุ นักกีฬาเยาวชน หรือผู้บาดเจ็บ (ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและระดับคุณสมบัติของคุณ)
- คลาสเรียนกลุ่ม: สอนโยคะ ซุมบา หรือบูทแคมป์ ทั้งในพื้นที่ใกล้บ้านหรือออนไลน์
การสร้างฐานลูกค้าต้องใช้เวลาเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ แต่ด้วยความสม่ำเสมอและกลยุทธ์การตลาดที่ดี คุณสามารถสร้างธุรกิจเสริมที่ดีได้
10. การสอนพิเศษ
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
ความต้องการครูสอนพิเศษมีอยู่เสมอ โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างๆ รวมถึงการเตรียมสอบมาตรฐาน (SAT, ACT, GRE ฯลฯ) นอกจากนี้ คุณยังสามารถสอนทักษะเฉพาะทาง เช่น เครื่องดนตรี หรือการเขียนโปรแกรมได้อีกด้วย
ด้วยการเติบโตของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์และการสนทนาทางวิดีโอ คุณจึงสามารถสอนพิเศษนักเรียนได้จากทุกที่ทั่วโลก สิ่งที่คุณต้องการสำหรับการสอนพิเศษออนไลน์ก็คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร คอมพิวเตอร์ และเว็บแคม การสอนพิเศษแบบตัวต่อตัวก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน โดยสามารถทำได้ที่บ้านของนักเรียนหรือในสถานที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุด
11. แอดมินโซเชียลมีเดีย
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
หากคุณมีความคิดสร้างสรรค์ มีสายตาเฉียบคมในการมองหาเทรนด์ หรือมีประสบการณ์ในการจัดการบัญชีโซเชียลมาก่อน งานพาร์ทไทม์ด้านโซเชียลมีเดียอาจเป็นหนึ่งในไอเดียธุรกิจเสริมที่ดีที่สุด โดยใช้เงินลงทุนต่ำ
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ดูแลลโซเชียลมีเดียจะได้รับค่าจ้างชั่วโมงละ 31 ดอลลาร์ แต่ฟรีแลนซ์ที่มีประสบการณ์สามารถคิดค่าบริการได้มากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและประเภทของลูกค้า
นอกจากการโพสต์และโต้ตอบกับความคิดเห็นแล้ว ผู้จัดการโซเชียลมีเดียยังทำการวิจัยเทรนด์ พัฒนาปฏิทินเนื้อหา วางแผนการถ่ายภาพและวิดีโอ และร่วมมือกับแบรนด์หรืออินฟลูเอนเซอร์อื่นๆ บทบาทนี้มักต้องการความมุ่งมั่นด้านเวลามากกว่าบทบาทอื่นๆ แต่ก็ให้ความอิสระในการสร้างสรรค์และตารางเวลาที่ยืดหยุ่น
12. บริการทำบัญชี
ระดับความยาก: ต้องเป็นมืออาชีพ ⭐⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
จากข้อมูลของ ZipRecruiter คุณสามารถทำเงินได้เฉลี่ยชั่วโมงละ 24 ดอลลาร์ในฐานะพนักงานบัญชีพาร์ทไทม์ โดยอัตราค่าจ้างจะแตกต่างกันไปตั้งแต่ชั่วโมงละ 12.81 ถึง 35.11 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับทักษะและสถานที่
หากคุณมีประสบการณ์ด้านการทำบัญชีหรือการตรวจสอบบัญชี การทำงานพาร์ทไทม์นี้อาจเป็นวิธีที่ดีในการหารายได้เสริม โปรดจำไว้ว่า งานพาร์ทไทม์นี้ต้องการเวลา ความแม่นยำ และความรู้พื้นฐานมากกว่างานอื่นๆ ในรายการนี้
ธุรกิจสร้างสรรค์และงานฝีมือ
13. การขายงานฝีมือ
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
การทำและขายงานฝีมือฝีมือเป็นหนึ่งในไอเดียธุรกิจเสริมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ได้เท่านั้น แต่การทำงานด้วยมือยังดีต่อสุขภาพจิตของคุณด้วย
การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้มือทำงานสร้างสรรค์ช่วยให้สมองได้ผ่อนคลายและพักผ่อน นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้สึกถึงความสำเร็จและลดความเครียดและความวิตกกังวล ลองคิดว่ามันเป็นการฝึกสมาธิ แต่เป็นการฝึกสมาธิที่เปลี่ยนเป็นรายได้
นี่คือไอเดียธุรกิจเสริมเกี่ยวกับงานฝีมือบางส่วน
- เริ่มต้นไลน์เครื่องประดับ
- การเอาเสื้อผ้าวินเทจมาแต่งใหม่
- ทำธุรกิจเทียน
- กระถางเซรามิกสำหรับต้นไม้
แม้ว่าผู้ขายหลายรายจะเริ่มต้นจากเว็บไซต์อย่าง Etsy หรือ eBay แต่ลองพิจารณาการสร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณเองดู จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าคอมมิชชั่นและสร้างแบรนด์ที่คุณควบคุมได้อย่างเต็มที่
เรียนรู้เพิ่มเติม 📚 ทางเลือกของคุณนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าอยากให้ช่วยค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักในด้านความคิดสร้างสรรค์ ลองอ่านงานฝีมือที่ง่ายและทำกำไรได้ในการทำและขาย
14. การขายเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือเฟอร์นิเจอร์มือสอง
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
คุณมีพรสวรรค์ในการทำงานฝีมือ แต่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณไม่ได้ถูกจุดประกายด้วยงานฝีมือใช่ไหม? ลองขายเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือเฟอร์นิเจอร์มือสองออนไลน์ดูสิ
คริส ฮิวจ์ส ช่างไม้ผู้ก่อตั้ง Timberware เคยทำงานเป็นลูกมือช่างเชื่อมและผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไปก่อนที่จะเริ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของเขา การเป็นช่างซ่อมบำรุงและสร้างบ้านทำให้เขารักการทำงานกับไม้และสร้างเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษสำหรับลูกค้า “คำแนะนำที่ดีที่สุดของผมคือ เริ่มต้นด้วยสิ่งที่คุณสามารถจ่ายได้และค่อยๆ เพิ่มเครื่องมือของคุณ” คริสกล่าว “จงอดทน และอย่าหักโหมตัวเองมากเกินไป”
มีหลายวิธีในการเริ่มต้นธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เสริม
- ผู้ผลิต: สร้างเฟอร์นิเจอร์ด้วยมือ
- ผู้ปรับปรุงหรือบูรณะ: ซ่อมแซม ทำความสะอาด และบูรณะเฟอร์นิเจอร์
- นักออกแบบ: สร้างสรรค์งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์และสั่งผลิต
- ผู้ค้าปลีก: คัดสรรและจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ
- ดรอปชิป: ร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อดำเนินการจัดส่งและขนส่ง
เจาะลึกยิ่งขึ้น 🪑ถ้าเชื่อว่าการขายเฟอร์นิเจอร์คือธุรกิจเสริมในอนาคตของคุณ เรียนรู้รายละเอียดของการเริ่มต้นโดยอ่านวิธีขายเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์
15. กล่องของขวัญแบบคัสตอม
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
คุณมีพรสวรรค์ในการเลือกของขวัญหรือไม่? ธุรกิจกล่องของขวัญแบบสั่งทำพิเศษอาจเป็นไอเดียธุรกิจเสริมที่สร้างสรรค์และใช้เงินลงทุนต่ำ คุณสามารถใส่ของดีๆ อย่างเช่น กาแฟคุณภาพดี ขนมขบเคี้ยวท้องถิ่นแสนอร่อย สติกเกอร์น่ารักๆ และเทียนหอมสุดหรูลงไปได้
โดยทั่วไปแล้วกำไรจะอยู่ที่ 30% ถึง 50% ขึ้นอยู่กับต้นทุนสินค้าและกลยุทธ์การกำหนดราคาของคุณ
เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น และคุณเองก็หาสินค้าได้ง่ายขึ้นเช่นกัน Ty Hiss จาก Fresh Sends แนะนำให้ทำให้ทุกอย่างง่ายเข้าไว้ “เราวางแผนให้สินค้าของเรามีให้เลือกน้อยมากจากมุมมองของประสบการณ์ผู้ใช้”
16. ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
การขายสินค้าสั่งทำพิเศษเป็นธุรกิจเสริมอาจสร้างรายได้ดี คุณไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากนักในการเริ่มต้น และหากคุณเลือกใช้ระบบดรอปชิปปิ้ง คุณก็ไม่ต้องจัดการเรื่องการปรับแต่งสินค้าหรือสต็อกสินค้าเอง
อัตรากำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 20% ถึง 50% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและการปรับแต่ง
การสร้างคอนเทนต์และความบันเทิง
17. เป็นไลฟ์สตรีมเมอร์
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
การไลฟ์สตรีมมิ่งกำลังเป็นที่นิยมในฐานะวิธีการสร้างความบันเทิงให้กับผู้คน สตรีมเมอร์มืออาชีพหารายได้จากการถ่ายทอดสดเกม ดนตรี ศิลปะ และการพูดคุยทั่วไป ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากวงการเกม แต่การสตรีมได้ขยายไปสู่หลากหลายด้านแล้ว
สตรีมเมอร์หารายได้ออนไลน์ผ่านการบริจาค โฆษณา การสมัครสมาชิก และการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ตัวอย่างเช่น ในบริการสตรีมมิ่งอย่าง Twitch ผู้ชมสามารถบริจาคเงินในรูปแบบของ "bits" ซึ่งมีมูลค่า 1 เซนต์ต่อ bits
นี่คือหมวดหมู่การไลฟ์สตรีมมิ่งยอดนิยม
- การสนทนา
- ดนตรีและศิลปะการแสดง
- ทอล์กโชว์และพอดแคสต์
- การท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง
- อาหารและเครื่องดื่ม
- ผู้ผลิตและงานฝีมือ
- กีฬาและฟิตเนส
การเริ่มต้นใช้เงินลงทุนน้อยมาก คุณสามารถเริ่มได้ด้วยสมาร์ทโฟนและขาตั้งกล้องราคา 20 ดอลลาร์เท่านั้น เมื่อคุณเลือกกลุ่มเป้าหมายแล้ว ให้สมัครใช้แพลตฟอร์มอย่าง Twitch และเริ่มสร้างฐานผู้ชมของคุณ
18. เปิดช่อง YouTube
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
การเริ่มต้นช่อง YouTube ของคุณเองเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมหากคุณกำลังมองหาไอเดียธุรกิจเสริมที่ทำได้จากที่บ้าน ด้วยต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำและความยืดหยุ่น คุณสามารถทุ่มเทเวลาได้มากหรือน้อยตามตารางเวลาของคุณ
การหาเงินบน YouTube นั้นแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น กลุ่มเป้าหมาย ประเภทและคุณภาพของเนื้อหา ความถี่ในการโพสต์ จำนวนผู้ติดตาม จำนวนการดู และกลยุทธ์การสร้างรายได้ (รายได้จากโฆษณา การตั้งค่าพันธมิตร การสนับสนุน หรือการขายสินค้า)
เครื่องคำนวณรายได้จาก YouTube ของ Influencer Marketing Hub ประมาณการว่าครีเอเตอร์ที่มีจำนวนการดู 20,000 ครั้งต่อวันและอัตราการมีส่วนร่วม 50% สามารถสร้างรายได้วันละ 28.50 ถึง 47.50 ดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้สามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วตามการเติบโตของผู้ชม
19. การทำพอดแคสต์
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
คุณสามารถเริ่มต้นทำพอดแคสต์ได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย ไมโครโฟนคุณภาพดีนั้นเหมาะอย่างยิ่ง แต่ถ้าคุณมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น นอกจากนี้คุณยังต้องมีซอฟต์แวร์ถอดเสียงและตัดต่อ โฮสติ้งพอดแคสต์ และสถานที่บันทึกเสียงที่ดี (แม้แต่ตู้เสื้อผ้าทั้งตู้ก็ใช้ได้)
ในแง่ของการสร้างรายได้จากการทำพอดแคสต์ คุณอาจไม่ได้อะไรเลย คุณอาจได้เงินหลายล้าน หรืออาจอยู่ระหว่างนั้น รายได้จะแตกต่างกันไปมาก ขึ้นอยู่กับความสำเร็จ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการหาคอนเซ็ปต์ที่ดีและทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างรายการที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
20. การสร้าง UGC สำหรับแบรนด์
ระดับความยาก: มือใหม่ทำได้ ⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
ไอเดียธุรกิจเสริมสำหรับคนทำงานประจำในช่วงสุดสัปดาห์อย่างหนึ่งคือ การสร้าง UGC หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง สำหรับแบรนด์ต่างๆ นี่อาจเป็นธุรกิจเสริมที่สร้างรายได้ดี เพราะ UGC มักสร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ Bazaarvoice's Shopper Experience Index พบว่า ผู้ซื้อที่โต้ตอบกับรีวิวที่สร้างจาก UGC จะมีโอกาสซื้อสินค้ามากขึ้นถึง 144% และสร้างรายได้ต่อผู้เข้าชมสูงขึ้นถึง 162%
ผู้สร้าง UGC แบบพาร์ทไทม์สามารถสร้างรายได้เดือนละ 1,000 ถึง 3,000 ดอลลาร์ โดยบางคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาจได้เงินเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ในขณะที่สร้างผลงานของตนเอง
ในการสร้างรายได้จากการสร้าง UGC คุณไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากมายในการเริ่มต้น แม้แต่ผู้ติดตามออนไลน์ ขอแค่มีแสงสว่างที่ดีและสมาร์ทโฟน จากนั้นเริ่มถ่ายทำคอนเทนต์ที่คุณสามารถนำเสนอให้กับแบรนด์ที่คุณชื่นชอบอยู่แล้ว
บริการในท้องถิ่นและเฉพาะทาง
21. บริการดูแลสัตว์เลี้ยง
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: ปานกลาง 🕑🕑
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในโอกาสทางธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการที่ทำงานพาร์ทไทม์ เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง โดยใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ที่นอน เสื้อกันหนาว อาหารดิบ และบริการพิเศษต่างๆ
ในสหรัฐอเมริกา ตลาดการดูแลสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะเติบโตถึง 157 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2025 หากคุณต้องการเข้าสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยง อาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าหลักในการขายผ่านอีคอมเมิร์ซ
ถึงแม้คุณจะไม่ชอบทำขนมน้องหมา คุณก็ยังสามารถเริ่มต้นธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้
- บริการดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น การพาสุนัขเดินเล่นและการตัดแต่งขน
- อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น เครื่องให้อาหาร
- ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น แก้วหรือเสื้อยืดแบบสั่งทำพิเศษ
ตัวอย่างเช่น Let the Dog Out ซึ่งเป็นบริการพาสุนัขเดินเล่นในเมืองกเวลฟ์ รัฐออนแทรีโอ เสนอการพบปะพูดคุยฟรี เพื่อให้สุนัขและผู้ดูแลได้ทำความคุ้นเคยกัน
ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์ส่วนตัว หากคุณสนุกกับการทำงานกับสัตว์ (และเจ้าของ) คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเว็บไซต์ง่ายๆ หากบริการของคุณดี คุณอาจได้รับลูกค้าใหม่ผ่านการบอกต่อ และสามารถพัฒนาธุรกิจเสริมของคุณให้กลายเป็นงานประจำได้
22. การจัดงานอีเวนต์
ระดับความยาก: ต้องเป็นมืออาชีพ ⭐⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
โดยเฉลี่ยแล้ว นักวางแผนงานอีเวนต์แบบพาร์ทไทม์มีรายได้ปีละ 63,335 ดอลลาร์ หรือชั่วโมงละ 30 ดอลลาร์ นี่เป็นไอเดียธุรกิจเสริมที่ต้องใช้เวลามาก โดยนักจัดงานอีเวนต์หลายคนทำงานมากถึง 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
การจัดงานอีเวนต์ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยทักษะการจัดการ การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน การรักษาความสงบภายใต้ความกดดัน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้ให้บริการ ในการเริ่มต้นธุรกิจวางแผนงานอีเวนต์แบบพาร์ทไทม์ ประสบการณ์ในการประสานงานอีเวนต์ หรือมีที่ปรึกษาที่ดีที่สามารถให้คำแนะนำได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
23. การจัดระเบียบบ้าน
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
นักจัดระเบียบภายในบ้านมีรายได้เฉลี่ยชั่วโมงละ 21 ดอลลาร์ โดยมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำและตารางเวลาที่ยืดหยุ่น เวลาที่คุณต้องทุ่มเทจะแตกต่างกันไปตามจำนวนลูกค้าที่คุณรับและขนาดของแต่ละโครงการ
แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น Institute for Challenging Disorganization และ Peace of Mind Organizing ให้การฝึกอบรม เคล็ดลับ และข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมเพื่อช่วยคุณเริ่มต้นธุรกิจนี้
24. บริการเตรียมอาหาร
ระดับความยาก: ปานกลาง ⭐⭐
เวลาที่ต้องใช้: มาก 🕑🕑🕑
หากคุณชื่นชอบการทำอาหาร ลองพิจารณาเริ่มต้นธุรกิจจัดเตรียมอาหารดู รายได้จากธุรกิจพาร์ทไทม์ประเภทนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของอาหารที่คุณจัดเตรียม (อาหารสำหรับผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม อาหารออร์แกนิกเทียบกับอาหารทั่วไป) ราคาของคุณ และว่าคุณมีบริการจัดส่งหรือไม่
เวลาที่คุณใช้ไปกับธุรกิจจัดเตรียมอาหารจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอาหาร ปริมาณลูกค้า และโลจิสติกส์การจัดส่ง
สเปนเซอร์ โดนัลด์สัน ผู้ก่อตั้งบริการจัดเตรียมอาหาร Eat Well Nashville แนะนำว่า "อ่านข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนั้นๆ"
เขากล่าวเสริมว่า "การสร้างเครือข่ายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ผมอยู่ในแนชวิลล์มา 10 ปีแล้ว และผมสามารถสร้างเครือข่ายที่เปิดกว้างมาก และผมคิดว่าตลาดที่คุณอยู่ต้องเป็นตลาดที่เปิดกว้างเช่นกัน"
การวางแผนการเงินสำหรับธุรกิจเสริม
ทำความเข้าใจต้นทุนเริ่มต้น ศักยภาพรายได้ และข้อควรพิจารณาด้านภาษี เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเกี่ยวกับธุรกิจเสริมของคุณ
ทำความเข้าใจต้นทุนเริ่มต้น
ต้นทุนเริ่มต้นสำหรับธุรกิจเสริมจะแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจที่คุณเลือก โดยทั่วไปแล้ว ต้นทุนในการเริ่มธุรกิจจะรวมถึงสิ่งต่างๆ เช่น
- การจดทะเบียนธุรกิจ (เช่น บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด): ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000–15,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและบริการที่ใช้ (กรณีใช้บริษัทรับจดอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม)
- ค่าประกันภัยความรับผิด: ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เริ่มต้นประมาณ 5,000–15,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ
- ภาษีส่วนบุคคลและภาษีธุรกิจ: ธุรกิจในไทยอาจต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 15–20% ตามกำไรสุทธิ (สำหรับ SME ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% หากรายได้เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนบุคคลธรรมดาเสียภาษีแบบขั้นบันได 5–35% ตามรายได้สุทธิ
- ค่าบรรจุภัณฑ์และการจัดส่ง: ค่ากล่องหรือซองพัสดุแบบไม่มีแบรนด์ในไทยเริ่มต้นประมาณ 3–20 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพวัสดุ ส่วนค่าจัดส่งจะแตกต่างตามระยะทาง น้ำหนัก ผู้ให้บริการและความเร่งด่วนของบริการ
- ค่าใช้จ่ายสินค้าคงคลัง: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โมเดลธุรกิจ (สต๊อกเองหรือพรีออเดอร์/ดรอปชิป) และปริมาณการสั่งซื้อ ยิ่งสั่งจำนวนมากต้นทุนต่อหน่วยมักจะลดลง
- การตลาดและการโฆษณา: ค่าใช้จ่ายแตกต่างตามช่องทางที่เลือก เช่น ยิงโฆษณา Facebook, Google, TikTok (เริ่มต้นได้หลักร้อยบาทต่อวัน) หรือทำคอนเทนต์ออร์แกนิกที่ไม่เสียค่าโฆษณาโดยตรง แต่ต้องใช้เวลาและแรงในการสร้างฐานผู้ติดตาม
ลดต้นทุนเริ่มต้นของคุณด้วยการใช้เครื่องมือฟรี เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่ายและราคาไม่แพงที่คุณสามารถซื้อได้ในปริมาณมาก และใช้ช่องทางการตลาดแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ ควรพิจารณาเลือกไอเดียที่ใช้เงินลงทุนต่ำ เช่น การพิมพ์ตามสั่ง หรือการดรอปชิปปิ้ง ซึ่งต้องการต้นทุนเริ่มต้นน้อยที่สุดในการเริ่มต้น
การตั้งเป้าหมายรายได้ที่สมจริง
เครื่องคำนวณอัตรากำไรสามารถช่วยคุณประเมินรายได้ต่อสินค้าที่คุณขายได้ หากคุณเลือกที่จะขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัล นี่คือแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์บางส่วน
- คุณสามารถสร้างรายได้จากการตลาดแบบพันธมิตรได้มากแค่ไหน
- เครื่องคำนวณรายได้จาก YouTube
- การสร้างคอร์สออนไลน์และการกำหนดราคา
ข้อควรพิจารณาทางภาษีสำหรับธุรกิจเสริม
ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คุณจะต้องเสียภาษีธุรกิจขนาดเล็กสำหรับไอเดียธุรกิจเสริมของคุณ ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องเก็บรักษาบันทึกรายได้อย่างถูกต้อง เข้าใจข้อกำหนดภาษีการขาย กรอกแบบฟอร์มภาษีที่ถูกต้อง และยื่นภาษีให้ตรงเวลา
หากคุณตัดสินใจว่าต้องการทุ่มเทพลังงานทั้งหมดให้กับธุรกิจของคุณ ลองพิจารณาจ้างนักบัญชีที่สามารถช่วยคำนวณภาษีให้คุณได้
การเริ่มต้น: แผนเปิดตัว 30 วัน
สัปดาห์ที่ 1: เลือกและตรวจสอบไอเดียธุรกิจเสริมของคุณ
ใช้เวลาสองสามวันแรกในการเลือกไอเดียธุรกิจเสริมที่เหมาะสมกับคุณ จากนั้นก็ถึงเวลาตรวจสอบความถูกต้องของไอเดียผลิตภัณฑ์ของคุณ คุณสามารถวิจัยความต้องการ วิเคราะห์คู่แข่ง สำรวจความสนใจบนโซเชียลมีเดีย สร้างหน้าเว็บแสดงความสนใจก่อนเปิดตัว หรือใช้เครื่องมือ AI เช่น Shopify Sidekick เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด
Kristen Pumphrey ผู้ก่อตั้ง P.F. Candle Co. กล่าวว่า “คุณต้องหาให้เจอว่าอะไรที่ตลาดยังขาดอยู่ สำหรับเรา นั่นคือการสร้างเทียนที่ใช้ได้ทั้งชายและหญิง”
สัปดาห์ที่ 2-3: ตั้งรากฐานธุรกิจของคุณ
เมื่อคุณได้ไอเดียธุรกิจที่จะเริ่มต้นแล้ว ให้ใช้เครื่องมืออย่าง Trello หรือ Google Calendar เพื่อกำหนดตารางเวลาสำหรับสองสามสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ คุณควรจัดการกับงานที่ยากที่สุดหรือใช้เวลานานที่สุดก่อน
ขั้นตอนสำคัญสำหรับวิธีเริ่มธุรกิจรวมถึง
- สร้างแผนธุรกิจ นี่คือแผนที่นำทางที่จะชี้นำคุณไปข้างหน้าและช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย
- ตัดสินใจเลือกรูปแบบธุรกิจ คุณจะจัดเก็บและจัดส่งสินค้าเอง ดำเนินการในรูปแบบดรอปชิปปิ้ง หรือพิมพ์ตามสั่ง?
- จัดหาสินค้า ทำงานร่วมกับผู้ผลิตหรือหาซัพพลายเออร์
- สร้างแบรนด์ เลือกชื่อธุรกิจ ออกแบบโลโก้ เลือกสีและแบบอักษร และกำหนดโทนเสียงของคุณ
- ตั้งค่าร้านค้าออนไลน์ของคุณ เลือกธีมเว็บไซต์ ถ่ายภาพสินค้า คำอธิบายสินค้า และเขียนข้อความโฆษณา
- จดทะเบียนธุรกิจ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นและกฎหมายอีคอมเมิร์ซ
- ตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการตลาด กำหนดช่องทางการตลาดต่างๆ ที่คุณจะใช้ ตั้งค่าบัญชี และสร้างและกำหนดเวลาเนื้อหาสำหรับการเปิดตัว
เคล็ดลับสำหรับการเริ่มต้น
ตั้งเป้าหมาย ☑️
จดบันทึกและติดตามเป้าหมายรายสัปดาห์สำหรับตัวคุณเองและธุรกิจของคุณ เพื่อช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเป้าหมายที่คุณสามารถตั้งได้ ได้แก่
- เปิดตัวเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซใหม่ของฉันภายในวันเสาร์
- ได้ยอดขาย 10 รายการให้กับร้านของฉันภายในวันพุธ
- เพิ่มการเข้าชมร้านรายสัปดาห์ของฉันเป็นสองเท่าจาก 100 เป็น 200 ผู้เยี่ยมชม
การเขียนเป้าหมายของคุณลงไปจะช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบและทำให้คุณมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น
วันหยุดสุดสัปดาห์ช่วยให้คุณทำอะไรได้มากขึ้นและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า โดยปกติแล้วนี่คือช่วงเวลาที่คุณสามารถพัฒนาธุรกิจหรือสร้างผลกระทบต่อธุรกิจได้มากที่สุดในขณะที่คุณทำงานประจำอยู่
ใช้เครื่องมือเพื่อช่วยให้คุณมีสมาธิ 🧠
หัวใจสำคัญของการทำงานให้ก้าวหน้าในช่วงสองสัปดาห์นี้คือ สมาธิ ฟังดูง่ายใช่ไหม? ในทางทฤษฎีก็ใช่ แต่ในความเป็นจริง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจทำให้คุณเสียสมาธิได้
มีส่วนเสริมของ Chrome ที่คุณสามารถใช้เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คุณวอกแวก ในขณะที่ยังคงเชื่อมต่อกับเว็บได้:
- StayFocusd: บล็อกเว็บไซต์ที่ทำให้เสียสมาธิ เพื่อให้คุณสามารถทำงานที่สำคัญได้
- RescueTime: ติดตามเวลาทั้งหมดที่คุณใช้บนเว็บ เพื่อตรวจสอบในภายหลังว่าคุณเสียเวลาไปกับอะไรมากที่สุด
- ตัวจับเวลา Pomodoro: เทคนิค Pomodoro ช่วยให้คุณทำงานเป็นช่วงสั้นๆ ช่วงละ 25 นาที โดยมีพักสั้นๆ 5 หรือ 10 นาที
เมื่อใดก็ตามที่คุณนึกถึงงานหรือโครงการ แต่ไม่สามารถจัดสรรเวลาทำได้ในระหว่างงานประจำหรือเวลาทำงานปกติ เดวิด อัลเลน ผู้เขียนหนังสือ Getting Things Done แนะนำให้คุณเพิ่มงานนั้นลงในรายการ "สิ่งที่ต้องทำต่อไป" แทนที่จะเป็นรายการ "สิ่งที่ต้องทำ" หากคุณจัดลำดับรายการสิ่งที่ต้องทำต่อไปสำหรับธุรกิจของคุณ มันจะกระตุ้นและผลักดันให้คุณตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ ให้จัดระเบียบความคิด งาน และโครงการเหล่านี้ลงในช่องเวลาตลอดช่วงสุดสัปดาห์ของคุณ จากนั้นดึงงานแต่ละชิ้นจากรายการสิ่งที่ต้องทำต่อไปของคุณและย้ายไปยังปฏิทินของคุณ
ถึาคุณรู้สึกติดขัดอยู่ 💫ลองฟังพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจ หรือ TED Talk ที่สร้างแรงบันดาลใจสักสองสามตอน อ่านเรื่องราวความสำเร็จของ Shopify หรือลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดูสิ
สัปดาห์ที่ 4: เปิดตัวและรับลูกค้าคนแรก
ตอนนี้ถึงเวลาเปิดตัวและทำการขายครั้งแรกแล้ว เผยแพร่ร้านค้าออนไลน์ของคุณ เปิดตัวแคมเปญการตลาด และเริ่มติดต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณได้เลย
เรียนรู้เพิ่มเติม 📚เช็คลิสต์อีคอมเมิร์ซ เปิดตัวร้านของคุณใน 20 ขั้นตอน
ไอเดียธุรกิจที่ทำกำไรได้ต่อไปของคุณจะเป็นอะไร?
ตอนนี้ก็แค่ทำซ้ำกระบวนการนี้ไปเรื่อยๆ และปรับให้เข้ากับความต้องการของคุณให้ดีขึ้น คุณอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ และบางสุดสัปดาห์อาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าสุดสัปดาห์อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม การพยายามทำงานทุกสุดสัปดาห์และทุ่มเทเวลา แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้มาก ความพยายามเหล่านั้นจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก่อนที่คุณจะรู้ตัว คุณก็อาจจะมีธุรกิจเต็มเวลาเป็นของตัวเองแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอเดียธุรกิจเสริม
ไอเดียธุรกิจเสริมที่ดีที่สุดคืออะไร?
ธุรกิจเสริมที่ดีที่สุดบางส่วน ได้แก่ การขายแบบดรอปชิปปิ้ง การพิมพ์ตามสั่ง การขายงานฝีมือ เฟอร์นิเจอร์มือสอง การทำงานอิสระ บริการดูแลสัตว์เลี้ยง การไลฟ์สตรีมมิ่ง การตลาดแบบพันธมิตร การฝึกสอนส่วนตัว การสอนพิเศษ และการทำงานเป็นผู้ช่วยเสมือน (VA)
จะเริ่มธุรกิจเสริมได้อย่างไร?
เริ่มต้นด้วยการเลือกไอเดียธุรกิจ ใช้เวลาในวันธรรมดาเพื่อเตรียมการ และใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อลงมือทำ ค่อยๆ ก้าวหน้าไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ และสร้างนิสัยที่ดีที่จะช่วยให้คุณมีสัปดาห์ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจขนาดเล็กที่เริ่มง่ายที่สุด คืออะไร?
ธุรกิจขนาดเล็กที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดมักไม่ต้องการเงินลงทุนเริ่มต้นมากนัก หรืออาจไม่ต้องการเลย ตัวอย่างเช่น การขายแบบดรอปชิปปิ้ง การตลาดแบบพันธมิตร หรือการทำงานอิสระ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลัง
สามารถเริ่มธุรกิจอะไรได้ด้วยเงินประมาณ 30,000–40,000 บาท?
ด้วยงบประมาณราว 30,000–40,000 บาท สามารถเริ่มต้นร้านเปิดธุรกิจพิมพ์ตามสั่ง เช่น เสื้อยืดหรือแก้วน้ำ สร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัลอย่าง E-book หรือเทมเพลต รับงานฟรีแลนซ์หรือบริหารจัดการโซเชียลมีเดียให้ลูกค้า เป็นยูทูบเบอร์หรือไลฟ์สตรีมเมอร์ รับสอนพิเศษออนไลน์ หรือทำธุรกิจบริการ เช่น รับดูแลสัตว์เลี้ยงได้



