ถ้าคุณกำลังอยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่สักอย่าง ก็ลองขายเทียนแฮนด์เมดดูสิ
การทำเทียนเป็นทักษะที่มือใหม่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ดังนั้นถ้าคุณกำลังสนใจจะเริ่มธุรกิจเทียนล่ะก็ มาดูกันว่าคุณทำเงินออนไลน์จากสินค้าที่กำลังมาแรงชิ้นนี้ได้ยังไง
พร้อมที่จะเริ่มธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง? สร้างเว็บของคุณได้เลยวันนี้ หรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือของ Shopify ที่สามารถใช้สำหรับขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ก่อนได้เลย
ทำไมธุรกิจเทียนถึงน่าสนใจ
ตลาดเทียนระดับพรีเมียมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยผู้บริโภคเลือกซื้อ "สินค้าไลฟ์สไตล์คุณภาพสูง" ทั้งเพื่อการตกแต่งบ้านและการผ่อนคลาย ตามรายงานจาก Fortune Business Insights ความต้องการใช้เทียนในเชิงพาณิชย์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในร้านสปาที่ใช้เทียนสำหรับอโรมาเธอราพี หรือในร้านอาหารที่ใช้สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
การเริ่มธุรกิจเทียนมีข้อดีหลายอย่าง เช่น
- ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ: เริ่มได้แม้มีงบไม่มาก
- ช่องทางการขายที่หลากหลาย: ขายได้ทั้งออนไลน์ งานคราฟต์แฟร์ หรือวางขายในร้านค้าท้องถิ่น
- เรียนรู้ได้ง่าย: เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองทำสินค้าทำมือ
- ปรับแต่งได้ตามใจ: สร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครได้ง่าย
ธุรกิจขายเทียน ทำกำไรได้จริงหรือไม่
ได้แน่นอน หากคุณบริหารต้นทุนดีและตั้งราคาอย่างมีกลยุทธ์ ธุรกิจเทียนสามารถทำกำไรได้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มเทียนหอมและสินค้าโฮมเฟรแกรนซ์ที่กำลังเติบโตต่อเนื่องในไทย
ข้อมูลจาก Knowledge Sourcing Intelligence ระบุว่า ตลาด Home Fragrance ของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 5,700 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเกือบ 8,000 ล้านบาทภายในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 7.09% ต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ความต้องการสินค้าแนวสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เช่น เทียนหอม ดิฟฟิวเซอร์ และผลิตภัณฑ์กลิ่นสำหรับผ่อนคลาย กำลังขยายตัวจริงในตลาดไทย
สำหรับผู้ประกอบการ นี่หมายถึงโอกาสสร้างแบรนด์เฉพาะทางที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะหากคุณสามารถพัฒนากลิ่นที่แตกต่าง สร้างภาพลักษณ์พรีเมียม และขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ได้ตรงจุด
- ราคาขายปลีก: เทียนหอมขนาด 8 ออนซ์มักขายในราคาประมาณ 500 - 1,000 บาท โดยสายผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมสามารถตั้งราคาได้สูงกว่านี้
- อัตรากำไรขั้นต้น: การขายแบบ ตรงถึงผู้บริโภค (DTC) ช่วยให้ ต้นทุนสินค้าขาย (COGS) อยู่ที่ 30% หรือต่ำกว่าของราคาขายปลีก ซึ่งสามารถให้อัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 70% หรือมากกว่า
- อัตรากำไรขายส่ง: ร้านค้าปลีกมักคาดหวังส่วนลด 50% จากราคาขายปลีก แต่ด้วยต้นทุนสินค้าที่ต่ำ คุณยังคงทำกำไรได้ ตัวอย่างเช่น เทียนราคา 700 บาทที่ขายส่งในราคา 350 บาท ควรมีต้นทุนการผลิตไม่เกิน 175 บาท
ต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำก็เป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบ คุณสามารถเปิดธุรกิจเทียนขนาดเล็กได้ด้วยงบประมาณเพียง 15,000 - 60,000 บาท ซึ่งครอบคลุมชุดอุปกรณ์เริ่มต้น อุปกรณ์พื้นฐาน และสินค้าในสต๊อกประมาณ 30 - 40 เล่มแรก
ประเภทของเทียนแฮนด์เมดน่าขาย
หนึ่งในข้อดีของการเริ่มธุรกิจเทียนหอมก็คือ คุณสามารถสร้างสรรค์สินค้าได้หลากหลาย เมื่อคุณเรียนรู้ขั้นตอนพื้นฐานของการทำเทียนแล้ว ก็สามารถทดลองพัฒนาเทียนหลายประเภท เพื่อค้นหาว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมายและสอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์คุณที่สุด มาดูเทียนยอดนิยมประเภทต่างๆ ที่น่านำไปใส่ในไลน์ผลิตภัณฑ์ของคุณกัน
เทียนจากถั่วเหลือง
เทียนชนิดนี้ใช้แว็กซ์ที่สกัดจากถั่วเหลือง เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนเทียนที่ทำจากปิโตรเลียมหรือพาราฟิน แว็กซ์ถั่วเหลืองผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน จึงจุดติดไฟได้สะอาดกว่า และไหม้ช้ากว่า ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากขึ้นจากเทียนแต่ละเล่ม
เทียนจากถั่วเหลืองกลิ่น New York City จากแบรนด์ homesick
เทียนหอม หรือเทียนอโรมาเธอราพี
เทียนประเภทนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม เพราะมีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นหรือสดชื่นให้กับบ้าน นอกจากช่วยสร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์แล้ว เทียนหอมบางกลิ่นยังมีคุณสมบัติด้านอโรมาเธอราพีด้วย
เทียนหอมกลิ่น KUSH จากแบรนด์ The Moose Scent
เทียนอโรมาเธอราพีมักผสมน้ำมันหอมระเหย เพื่อสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพและสุขภาวะ เช่น กลิ่นยอดนิยมอย่างลาเวนเดอร์ก็มักจะใช้เพื่อช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย
ธุรกิจเทียนวีแกน
ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์มากขึ้น เทียนวีแกนจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยเป็นทางเลือกแทนเทียนที่ทำจากขี้ผึ้ง เทียนวีแกนมักใช้ส่วนผสมจากพืช เช่น แว็กซ์ถั่วเหลือง, แว็กซ์ธรรมชาติจากพืชชนิดอื่น ๆ และ สารหอมสังเคราะห์ เป็นต้น
เทียนวีแกนจากแบรนด์ Brooklyn Candle Studio
เทียนประดับตกแต่ง
เทียนประดับตกแต่งเน้นความสวยงามเป็นหลัก ด้วยรูปร่าง สีสัน และดีไซน์ที่แปลกตา โดดเด่น สะดุดตา แม้อาจไม่ได้มีกลิ่นหอมเหมือนเทียนประเภทอื่น แต่ก็ทำหน้าที่เป็นของตกแต่งบ้าน ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศและความมีสไตล์ให้กับพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม
เทียนประดับตกแต่งจากแบรนด์ Amara
ถ้าคุณไม่อยากทำเทียนด้วยตัวเองล่ะก็ คุณสามารถหาเทียนยอดนิยมและสินค้าอื่นๆ ได้ง่ายๆ จากแบรนด์ชั้นนำบน Shopify ผ่าน Collective
วิธีเริ่มต้นธุรกิจเทียนของคุณเอง
- ทำการวิจัยตลาดธุรกิจเทียน
- สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ของคุณ
- ตั้งชื่อธุรกิจเทียน
- เขียนแผนธุรกิจ
- จดทะเบียนธุรกิจเทียน
- คำนวณราคาขายที่เหมาะสม
- เริ่มผลิตเทียนวางจำหน่าย
- สร้างร้านออนไลน์
- วางแผนการตลาด
1. ทำการวิจัยตลาดธุรกิจเทียน
ตลาดเป้าหมายของคุณ คือผู้ซื้อที่มีแนวโน้มจะสนใจผลิตภัณฑ์ของคุณ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นลูกค้า ลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยกำหนดทิศทางการตัดสินใจทางธุรกิจของคุณ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการตลาด ในอุตสาหกรรมเทียนนั้น มีตลาดหลักๆ อยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่
- เทียนระดับพรีเมียม (ประมาณ 2,000 – 4,500): เป็นกลุ่มสินค้าหรูหราที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมักมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี กลิ่นหอมที่พิเศษ และการเล่าเรื่องแบรนด์ที่น่าสนใจ อย่างเช่น Jo Malone London, Diptyque และ Byredo
- เทียนระดับกลาง (ประมาณ 800 – 2,000 บาท): ผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้ากว้างๆ เช่น กลิ่นกุหลาบหรือเกรฟฟรุต ซึ่งมักพบในร้านค้าปลีกอย่าง Bath & Body Works และ Yankee Candle
- เทียนระดับแมส (ประมาณ 250 – 900 บาท): ตัวเลือกที่มีราคาคุ้มค่า มีกลิ่นหอมทั่วไป เช่น วานิลลา หรือกลิ่นลมทะเล ในไทยตลาดนี้ขับเคลื่อนโดยแบรนด์ออนไลน์ แบรนด์ท้องถิ่น และสินค้า Pivate label ในมาร์เก็ตเพลสเป็นหลัก
การเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณอยากขายในร้านค้าปลีกใหญ่ ๆ อย่าง Homepro หรือ Index Living Mall ผลิตภัณฑ์ระดับกลางอาจเหมาะสมกว่า แต่ถ้าคุณมุ่งขายผ่านร้านออนไลน์หรือการขายตรง เทียนระดับพรีเมียมอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
การเลือกกลุ่มเป้าหมายนี้จะส่งผลต่อทุกอย่าง ตั้งแต่การหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์เลยทีเดียว
2. สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ของคุณ
การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยให้คุณสร้างกลุ่มผู้ติดตาม มีแนวทางในการทำการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า แบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทียนที่เติบโตอย่างมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้
สร้างเรื่องราวของแบรนด์ให้น่าสนใจ: เรื่องราวของแบรนด์ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นเรื่องราวที่กำหนดแบรนด์ของคุณและกลายเป็นรากฐานของภารกิจ ข้อความ และเสียงของแบรนด์ เรื่องราวของแบรนด์ในธุรกิจเทียนควรจะมีความน่าสนใจ เข้าถึงได้ง่าย และจริง นอกจากนี้ยังควรกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างให้กับผู้คน ที่จะทำให้พวกเขาเริ่มลงมือทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสมาชิก การซื้อสินค้า หรือการบริจาค
อย่างเช่นในเรื่องราวของ Keap Candles ที่ Harry Doull และ Stephen Tracy สองผู้ก่อตั้ง เริ่มทำเทียนหลังจากที่รู้สึกไม่แฮปปี้กับงานในวงการเทคโนโลยี พวกเขาต้องการทำสิ่งที่มีความหมาย และช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจในการทำงานได้ จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการทำเทียน
ในการค้นหาเรื่องราวของตัวเอง ให้คุณถามตัวเองว่า
- ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจเทียน
- ทำเทียนให้ใคร
- อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับลูกค้า
- อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับโลกใบนี้
เอกลักษณ์ทางสายตา: อัตลักษณ์ทางสายตา ซึ่งก็รวมถึงโลโก้ ภาพถ่าย เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และบรรจุภัณฑ์ จะส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้คนเกี่ยวกับธุรกิจเทียนของคุณ เนื่องจากลูกค้าจะใช้เทียนของคุณทั้งในแง่ของกลิ่นและตกแต่ง ดังนั้นคุณจึงควรออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับรสนิยมของกลุ่มเป้าหมายของคุณ
"มุมมองโดยรวมที่ฉันวางให้แบรนด์ก็คือการสนุกสนาน ประสบการณ์ทั้งหมดที่เราพยายามจะชูก็คือประสบการณ์ที่สนุกสนาน" Erica Werber ผู้ก่อตั้ง Literie Candles กล่าว "การอยู่ใน Central Park เพื่อฉลองวันเกิดของใครสักคน หรือไปทานมื้อกลางวันแบบชุดใหญ่กับเพื่อนสนิท ควรจะรู้สึกดีและสนุกสนาน และฉันคิดว่าเราทำเรื่องนั้นได้สำเร็จแล้วผ่านบรรจุภัณฑ์ของเรา"
บรรจุภัณฑ์ของ Literie Candles บรรยายถึงประสบการณ์ที่ใครสักคนจะรู้สึกเมื่อจุดเทียน
3. ตั้งชื่อธุรกิจเทียน
ชื่อธุรกิจเทียนของคุณควรจะสั้นและเรียบง่าย ซึ่งจะทำให้ชื่อนั้นน่าจดจำและออกเสียงได้ง่าย ถ้าลูกค้าจำชื่อแบรนด์ของคุณไม่ได้ ก็แปลว่าคุณจะพลาดโอกาสในการทำการตลาดแบบปากต่อปาก
ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการคิดชื่อล่ะก็ลองใช้โปรแกรมตั้งชื่อธุรกิจจาก Shopify เพื่อมองหาไอเดียใหม่ ๆ เพียงแค่ใส่คำสำคัญ คลิก "Generate Names" แล้วเลือกชื่อจากไอเดียที่ระบบสร้างขึ้นให้คุณจากหลายพันชื่อที่แนะนำได้เลย
4. เขียนแผนธุรกิจ
แผนธุรกิจคือสิ่งที่จะกำหนดกลยุทธ์ของคุณ ช่วยให้คุณเห็นว่ามีความท้าทายอะไรบ้าง ชี้ให้คุณเห็นว่าต้องต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง และช่วยวิเคราะห์ไอเดียธุรกิจของคุณก่อนการเปิดตัว ลองตั้งคำถามสำคัญเหล่านี้ดู
- เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์คุณคืออะไร
- คู่แข่งโดยตรงของคุณคือใคร
- คุณจะขายในร้านค้าปลีกอย่าง Homepro หรือ Index Living Mall ไหม
- หรือจะเปิดร้านออนไลน์แล้วขายตรงถึงลูกค้าเลย
ให้คุณเก็บเป้าหมายเหล่านี้ไว้ในใจระหว่างที่คุณสร้างธุรกิจเทียนของตัวเอง
รายละเอียดต้นทุนเริ่มต้น
การเริ่มต้นธุรกิจเทียนถือว่าเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะหากคุณลงมือผลิตเองและเริ่มจากที่บ้าน ในบริบทประเทศไทย การทำแบรนด์ขนาดเล็กแบบล็อตแรก 30–40 ชิ้น สามารถเริ่มต้นได้ในงบประมาณหลักพันปลาย ๆ ถึงหลักหมื่นต้น ๆ บาท ยิ่งหากสั่งซื้อวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์แบบยกแพ็กหรือยกลัง จะช่วยลดต้นทุนต่อชิ้นลงได้อีก ทำให้กำไรต่อเล่มดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
ต่อไปนี้คือต้นทุนโดยประมาณที่ควรนำไปคำนวณก่อนเริ่มธุรกิจเทียน
|
รายการค่าใช้จ่าย |
ต้นทุนโดยประมาณ |
ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
|
วัสดุ |
6,000 – 9,000 บาท |
ขี้ผึ้งถั่วเหลืองหรือพาราฟิน ไส้เทียน น้ำมันหอม และภาชนะแก้ว |
|
อุปกรณ์ |
2,000 – 4,000 บาท |
ครอบคลุมหม้อละลาย หม้อเท เครื่องชั่ง และเทอร์โมมิเตอร์ |
|
บรรจุภัณฑ์และการจัดส่ง |
25 – 50 บาทต่อชิ้น |
กล่องไปรษณีย์ สติกเกอร์ กันกระแทก สำหรับออเดอร์ช่วงเริ่มต้น |
|
ประกัน |
ยังไม่จำเป็นในช่วงทดลองตลาด |
หากขายออนไลน์ขนาดเล็กสามารถเริ่มก่อน แล้วค่อยพิจารณาประกันเมื่อขยายสเกลหรือเข้าห้าง |
|
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ |
0 - 1,200 บาทต่อเดือน |
ค่าแพลตฟอร์มเว็บไซต์ |
|
การลงทุนรวม |
8,000 – 15,000 บาท |
เพียงพอสำหรับเริ่มแบรนด์ขนาดเล็ก ผลิตล็อตแรก และทดสอบตลาด |
ตัวเลือกแหล่งเงินทุน
วิธีที่ง่ายและพบได้บ่อยที่สุดในการเริ่มธุรกิจเทียนในประเทศไทยคือการใช้เงินทุนของตัวเอง เนื่องจากต้นทุนเริ่มต้นแบบล็อตเล็กอยู่ในระดับหลักหมื่นต้น ๆ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเลือกเก็บเงินและเริ่มทดลองตลาดก่อน เพื่อลดความเสี่ยงและไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยในช่วงเริ่มต้น
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการขยายธุรกิจเร็วขึ้น คือการขอสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทย เช่น สินเชื่อ SME จากธนาคารพาณิชย์ หรือโครงการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ซึ่งมีวงเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจและคุณสมบัติของผู้กู้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสินค้าคงคลัง อุปกรณ์ หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกำลังผลิต
5. จดทะเบียนธุรกิจเทียน
การจดทะเบียนธุรกิจช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า นี่คือวิธีจดทะเบียนธุรกิจ
- เลือกโครงสร้างธุรกิจ เริ่มต้นขนาดเล็กสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ในนามบุคคลธรรมดาได้ หากต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ ควรพิจารณาจดทะเบียนบริษัทจำกัด
- ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ผู้ประกอบการต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีจากกรมสรรพากร เพื่อใช้ดำเนินการด้านภาษีอย่างถูกต้อง
- ลงทะเบียนสำหรับภาษีที่เกี่ยวข้อง หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และยื่นภาษีตามข้อกำหนด
- เปิดบัญชีธนาคารธุรกิจ แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้จัดการรายรับรายจ่ายและภาษีได้ง่ายขึ้น
- พิจารณาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องชื่อแบรนด์และโลโก้ของคุณ
6. คำนวณราคาขายที่เหมาะสม
คุณควรตั้งราคาขายเทียนหอมเท่าไหร่? กลยุทธ์การตั้งราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า การวางตำแหน่งแบรนด์ กลุ่มเป้าหมาย และคู่แข่งในตลาด สำหรับเทียนหอมระดับพรีเมียมในไทย ราคาขายปลีกอาจอยู่ตั้งแต่ประมาณ 490 บาท ไปจนถึง 2,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ แพ็กเกจจิ้ง และภาพลักษณ์แบรนด์
ลองตั้งราคาที่เหมาะกับตลาดของคุณด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
- คำนวณต้นทุนสินค้า: รวมต้นทุนวัสดุการทำเทียน เวลาการผลิต และต้นทุนอุปกรณ์
- รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: อย่าลืมนำค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มาคิดด้วย เช่น ค่ากล่องพัสดุ ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าการตลาด ค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าออกบูธ ค่าจดทะเบียนแบรนด์ รวมถึงค่าสาธารณูปโภค
- ตั้งอัตรากำไร: ประมาณ 50%–70% เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและยังมีกำไรเพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจ
หมายเหตุ: หากคุณขายส่งให้ร้านค้า ราคาขายต่อหน่วยจะต่ำกว่าราคาขายปลีก แต่คุณจะได้ยอดสั่งซื้อในปริมาณมากขึ้น ควรกำหนดราคาส่งไว้ที่ประมาณ 50%–60% ของราคาขายปลีก เพื่อให้ทั้งคุณและร้านค้าปลายทางยังคงมีกำไร
ตัวอย่างอัตรากำไร
จริงๆ แล้วการขายเทียนหอมทำกำไรได้แค่ไหน? มาดูตัวอย่าง 2 กรณีด้านล่างพร้อมๆ กัน
กรณี 1 เทียนหอมขนาดมาตรฐาน 8 ออนซ์ (ประมาณ 200–230 กรัม)
- ราคาขายปลีก: 690 บาท
- ต้นทุนสินค้า (COGS): 220 บาท
- กำไรขั้นต้น: 470 บาท
- อัตรากำไรขั้นต้น: ประมาณ 68%
หลังหักต้นทุนผันแปร เช่น ค่าธรรมเนียมชำระเงิน (ประมาณ 25 บาท) และค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อชิ้น (ประมาณ 120 บาท) กำไรต่อชิ้นจะเหลือประมาณ 325 บาท หรือราว 47%
กรณีนี้เหมาะกับแบรนด์ที่ขายออนไลน์เป็นหลัก และใช้โฆษณา Facebook หรือ TikTok เป็นตัวขับยอดขาย
กรณีที่ 2: เทียนหอมพรีเมียม 10 ออนซ์ (ประมาณ 280–300 กรัม)
การใช้ภาชนะดีไซน์พิเศษ น้ำหอมเกรดสูง และแพ็กเกจจิ้งพรีเมียม ช่วยให้ตั้งราคาสูงขึ้นได้
- ราคาขายปลีก: 1,290 บาท
- ต้นทุนสินค้า (COGS): 380 บาท
- กำไรขั้นต้น: 910 บาท
- อัตรากำไรขั้นต้น: ประมาณ 70%
แม้จะใช้งบโฆษณาสูงขึ้น เช่น 200–250 บาทต่อการขายหนึ่งชิ้น
กำไรสุทธิต่อชิ้นยังอยู่ประมาณ 600–650 บาท
หากขายส่งในราคา 750 บาทต่อชิ้น ต้นทุนยังคงที่ 380 บาท กำไรต่อชิ้นประมาณ 370 บาท หรือราว 49% สินค้าพรีเมียมมักเหมาะกับทั้งตลาดของขวัญ โรงแรม สปา และการขายส่ง เพราะภาพลักษณ์ช่วยให้ตั้งราคาสูงได้โดยไม่ต้องแข่งด้านราคามากเกินไป
7. เริ่มผลิตเทียนวางจำหน่าย
คุณสามารถทำเทียนได้เองที่บ้านในครัวของคุณเองเลย มาดูวิธีทำเทียนจากถั่วเหลืองแบบง่าย ๆ กันก่อน แล้วคุณสามารถปรับสูตรนี้ให้กลายเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์คุณได้ภายหลัง
อุปกรณ์ที่ต้องใช้สำหรับทำเทียนถั่วเหลือง
- แว็กซ์ถั่วเหลือง
- ไส้เทียนจากฝ้าย
- กาวร้อน
- น้ำมันหอมระเหย
- ไม้พาย
- หม้อสองชั้น
- เทอร์โมมิเตอร์
- ขวดโหลแก้ว
- ปากกา หรือ ดินสอ
- แม่พิมพ์เทียน
สิ่งที่คุณจะต้องใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจเทียน
คุณสามารถหาไขถั่วเหลืองแบบยกถุงหรือยกลังจากร้านขายวัตถุดิบทำเทียน โดยราคามักอยู่ประมาณ 120–200 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเกรดและปริมาณที่สั่งซื้อ หากซื้อจำนวนมาก ราคาต่อหน่วยจะถูกลง
ภาชนะอย่างแก้วใสหรือกระปุกแก้ว สามารถหาได้จากร้านขายส่งบรรจุภัณฑ์ ร้านเครื่องครัว หรือร้านไดโซะ/ร้าน 20 บาท รวมถึงแหล่งขายส่งในย่านสำเพ็งหรือออนไลน์ ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น ไส้เทียน กาว เทอร์โมมิเตอร์ หรือไม้พาย สามารถหาซื้อได้จากร้านอุปกรณ์งานฝีมือหรือร้านเบเกอรี่
เรื่องกลิ่นคือหัวใจสำคัญของเทียนหอมในตลาดไทย ลูกค้ามักให้ความสำคัญกับความหอมติดทนนานและเอกลักษณ์ของกลิ่น คุณสามารถเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำหอมสำหรับทำเทียนจากร้านวัตถุดิบเครื่องสำอางหรือร้านคราฟต์ในไทย และแทนที่จะทำแค่กลิ่นมาตรฐานอย่างลาเวนเดอร์หรือวานิลลา ลองสร้างกลิ่นผสมที่มีเรื่องราว เช่น กลิ่นคาเฟ่ยามเช้า กลิ่นสวนหลังฝนตก หรือกลิ่นขนมไทยอบใหม่ ๆ กลิ่นที่สื่ออารมณ์หรือความทรงจำจะช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและตั้งราคาพรีเมียมได้ง่ายขึ้น
แบรนด์ Literie Candles สร้างสรรค์กลิ่นที่ถ่ายทอดบรรยากาศและประสบการณ์ของมหานครนิวยอร์กออกมาเป็นเทียนหอม
เตรียมขี้ผึ้งและภาชนะของคุณ: เริ่มจากการนำขี้ผึ้งถั่วเหลืองมาละลายโดยใช้หม้อสองชั้น (หรือจะใช้ชามแก้ววางบนปากหม้อใบใหญ่ก็ได้) ตั้งไฟกลาง จากนั้นคนด้วยพายหรือไม้พาย เพื่อช่วยให้ขี้ผึ้งละลายเร็วขึ้นและไม่จับตัวเป็นก้อน
วิธีการเตรียมอุปกรณ์ทำเทียนของคุณ
ระหว่างที่ขี้ผึ้งกำลังละลาย ให้คุณใช้กาวติดไส้เทียนลงไปที่ก้นภาชนะ แล้วปล่อยให้แห้งเพื่อให้ไส้เทียนอยู่กับที่ ไม่ล้มขณะเทขี้ผึ้ง
ปรับสูตรเทียนให้เป็นสไตล์ของคุณ: เมื่อขี้ผึ้งละลายดีแล้ว ให้เติมน้ำมันหอมระเหยในอัตราส่วนประมาณ 28 กรัม ต่อขี้ผึ้ง 500 กรัม ถ้าอยากได้เทียนสีสวยๆ ให้ใส่เศษสีเทียนปลอดสารพิษลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นปล่อยให้ส่วนผสมเย็นลงเหลือประมาณ 50 - 60°C โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิกำกับ
ปรับแต่งเทียนของคุณในขั้นตอนนี้
เตรียมเทส่วนผสม: จับไส้เทียนให้ตั้งตรง แล้วเทส่วนผสมที่เย็นแล้วลงในขวดแก้วจนถึงประมาณ 3 ส่วน 4 ของภาชนะ จากนั้นมัดปลายไส้เทียนเข้ากับปากกาแล้ววางพาดไว้บนปากขวด เพื่อให้ไส้เทียนอยู่ตรงกลางและไม่เอียง
เตรียมพร้อมที่จะเทขี้ผึ้งของคุณ
ขั้นตอนสุดท้าย: ปล่อยให้เทียนเซ็ตตัวจนขี้ผึ้งแข็ง อาจมีรอยบุ๋มเล็กๆ รอบไส้เทียน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ จากนั้นเทขี้ผึ้งที่เหลือเติมให้เต็มขวด พอเทียนแข็งตัวเต็มที่แล้ว ตัดไส้เทียนส่วนเกินออก เท่านี้ก็พร้อมจุดแล้ว!
เพิ่มรายละเอียดสุดท้าย
8. สร้างร้านออนไลน์
การขายเทียนในร้านของคุณเองให้ผลกำไรมากกว่าและช่วยให้คุณควบคุมแบรนด์ได้ดีกว่าการขายในตลาดออนไลน์อย่าง Amazon ซึ่งจะหักค่าธรรมเนียมจากกำไรของคุณจำนวนมาก
แม้ว่าการสร้างร้านค้าออนไลน์อาจดูท้าทาย แต่ Shopify ก็สามารถง่ายที่จะเริ่มต้นโดยที่คุณไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น หรือมีทุนก้อนโตเลย
Shopify จะช่วยดูแลด้านต่างๆ ให้ ดังนี้
- การออกแบบเว็บไซต์
- รายการสินค้า
- การจัดการสินค้าคงคลัง
- การประมวลผลการชำระเงิน
- การทำการตลาดอัตโนมัติ
- การพิมพ์ป้ายการจัดส่งระหว่างประเทศและการติดตามพัสดุ
- ช่องทางการขายหลายรูปแบบ รวมถึง Instagram, TikTok, Amazon และ Walmart
9. วางแผนการตลาด
วิธีการขายเทียนที่คุณทำเองของคุณผ่านช่องทางต่างๆ
การตลาดออนไลน์: หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการขายเทียนคือการขายออนไลน์ ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลหลายแห่งเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพทั่วโลก
แพลตฟอร์มและกลยุทธ์เหล่านี้มักได้ผลดีสำหรับผู้ทำเทียน
- Instagram: แบรนด์ไลฟ์สไตล์หลายแห่งประสบความสำเร็จผ่านการตลาดบน Instagram จัดระเบียบภาพผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แสดงเนื้อหาหลังฉาก และเชื่อมต่อกับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์
- Pinterest: การตกแต่งบ้านเป็นหมวดหมู่หลักสำหรับผู้ใช้ Pinterest ที่กำลังมองหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ ทำการตลาดบน Pinterest ให้เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของคุณ
- Snapchat: เป็นอีกแพลตฟอร์มที่เน้นการมองเห็นซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคน คุณสามารถใช้การตลาดบน Snapchat เพื่อเข้าถึงผู้ชมที่กำลังเติบโต
- การตลาดผ่านอีเมล: ส่งโปรโมชั่นและอัปเดตแบรนด์โดยตรงไปยังกล่องจดหมายของลูกค้า ใช้แอปอย่าง Shopify Forms เพื่อเก็บอีเมลของผู้เยี่ยมชมสำหรับการตลาดในอนาคต
- การแจกของรางวัล: ใช้การแจกของรางวัลและการประกวดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และแสดงสินค้าของคุณ
การตลาดออฟไลน์: แม้ว่าการขายออนไลน์จะมีคุณค่า แต่ก็ไม่ควรมองข้ามการขายแบบพบปะลูกค้าโดยตรง เทียนเป็นสินค้าที่มีขนาดกะทัดรัดและสามารถขนส่งได้ง่าย เหมาะสำหรับงานแสดงสินค้าหรืองานป๊อปอัป การขายแบบออฟไลน์มีข้อดีหลายประการ ดังนี้
- รับฟังความคิดเห็นโดยตรง: พบกับลูกค้าเพื่อเข้าใจความต้องการและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของคุณ
- โอกาสในการขายส่ง: หากคุณสนใจการขาย B2B สามารถเชื่อมต่อกับผู้ซื้อขายส่งที่งานตลาดและงานแสดงสินค้า
- สร้างผู้ติดตามออนไลน์: ขยายฐานผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียและสร้างรายชื่ออีเมลที่งานออฟไลน์
- สร้างเครือข่ายและเรียนรู้: เชื่อมต่อกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการคนอื่นๆ เพื่อแรงบันดาลใจและการแก้ปัญหา
การขายแบบออฟไลน์ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการนั่งทำงานที่โต๊ะ แต่เครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยให้การขายสะดวกมากขึ้น ระบบขายซึ่งอยู่บนมือถืออย่าง Shopify POS ช่วยจัดการการทำธุรกรรมได้ราบรื่นในงานแสดงสินค้า งานแฟร์ และงานออกร้านป๊อปอัป
เคล็ดลับในการทำธุรกิจเทียน
ไม่ว่าคุณจะเริ่มทำธุรกิจเสริม หรือทำธุรกิจเต็มเวลา นี่คือเคล็ดลับที่คุณต้องรู้
ถ่ายภาพสินค้าให้สวย
ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์สวยๆ จะช่วยขายเทียนของคุณได้ดีขึ้น แสดงภาพที่ชัดเจนของรูปร่างและป้ายชื่อ ลองจัดแสดงเทียนในสภาพแวดล้อมภายในบ้านเพื่อให้ลูกค้าสามารถจินตนาการได้ว่าเทียนจะดูเป็นอย่างไรในบ้านของพวกเขา คุณสามารถจ้างช่างภาพมืออาชีพ หรือถ่ายภาพคุณภาพสูงด้วยสมาร์ทโฟนก็ได้
สร้างโอกาสในการขายมากขึ้น
เน้นการสร้างลูกค้าซ้ำ เพราะจะสามารถทำกำไรได้มากกว่าการต้องคอยหาลูกค้าใหม่ๆ โดยลองทำตามนี้ดู
- ขายควบคู่ไปกับเทียนกลิ่นดังๆ ในขนาดพกพา
- เสนอเทียนกลิ่นพิเศษแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น
- สร้างกล่องสมัครสมาชิก เช่น "Candle of the Month Club" ของ Frostbeard Studio
ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์
ลองทดลองผสมกลิ่นใหม่ ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลาย นอกจากนี้คุณยังสามารถขยายไปทำสินค้าทำมือประเภทอื่นๆ เช่น สบู่ แชมพู หรือเครื่องหอม โดยใช้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง เช่น Tofino Soap Company คุณสามารถขายเพิ่มให้ลูกค้าโดยใช้กลิ่นที่พวกเขาชอบบ่อย ๆ สร้างแพ็กเกจดูแลตัวเองที่เน้นกลิ่น และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ
เน้นการขายช่วงเทศกาล
National Candle Association รายงานว่า 35% ของยอดขายเทียนเกิดขึ้นในช่วงคริสต์มาส และ 76% ของผู้ซื้อเห็นว่าเทียนเป็นของขวัญที่ดี เตรียมแคมเปญวันหยุดด้วยโปรโมชันพิเศษและโฆษณาที่มุ่งเป้า
ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างผู้ติดตามและเชื่อมต่อกับลูกค้าใหม่ๆ ด้วยวิดีโอสั้นๆ ที่เล่าเรื่องราวของแบรนด์ เช่นคอนเทนต์เหล่านี้
- โชว์ขั้นตอนการทำเทียน
- เล่าเรื่องราวเบื้องหลังธุรกิจของคุณ
- ถ่ายกิจวัตรยามเย็นที่มีเทียนของคุณเป็นส่วนหนึ่ง
- เปรียบเทียบคุณสมบัติของเทียนแต่ละแบบ
- แชร์ปัญหาและแนวทางแก้ไขที่คุณเจอในธุรกิจ
“เราไม่ได้ถ่ายแค่ภาพสินค้านิ่ง ๆ แบบทั่วไป แต่เรากำลังแสดงให้เห็นว่าเทียนเล่มนี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ของคุณได้อย่างไร” Kristen Pumphrey เจ้าของแบรนด์ P.F. Candle Co. กล่าว “มันเหมือนกับการส่งสารว่า ถ้าคุณเลือกเทียนเล่มนี้ บรรยากาศในพื้นที่ของคุณจะรู้สึกแบบนี้”
เริ่มธุรกิจทำเทียนของคุณวันนี้
ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม สูตรที่ลงตัว และกลยุทธ์การตลาดที่ชัดเจน คุณมีทุกอย่างพร้อมสำหรับเปลี่ยนความหลงใหลในการทำเทียนให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง ไม่ว่าจะเริ่มจากเทียนถั่วเหลืองแบบเรียบง่าย หรือพัฒนากลิ่นผสมเฉพาะตัว เส้นทางจากคนรักงาน DIY สู่เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนนี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับธุรกิจเทียน
การทำเทียนขาย ถือเป็นธุรกิจที่ดีหรือไม่
ดีสิ ใช้อุปกรณ์น้อย ไม่ต้องมีความรู้เทคนิคเยอะ ใช้ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ และสามารถทำจากที่บ้านได้
ต้นทุนเริ่มต้นธุรกิจเทียนอยู่ที่เท่าไหร่
เตรียมงบประมาณราว 8,000 – 15,000 บาท สำหรับธุรกิจเทียนเล็กๆ ที่บ้าน ครอบคลุมอุปกรณ์พื้นฐานอย่างหม้อสองชั้น หม้อเทียน และภาชนะบรรจุ
กลิ่นแบบไหนเหมาะกับเทียนมากที่สุด
น้ำมันหอมระเหยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม เช่น กลิ่นดอกไม้ กลิ่นสดชื่น กลิ่นไม้ กลิ่นซิตรัส รวมถึงกลิ่นสมุนไพร
ต้องมีใบอนุญาตขายเทียนหรือไม่
โดยทั่วไปการทำเทียนและขายเทียนหอมไม่ได้ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะทางเหมือนสินค้ากลุ่มอาหารหรือเครื่องสำอาง แต่ควรจัดการเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจและภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความถูกต้องและรัดกุมในระยะยาว
ทำกำไรได้เท่าไหร่จากการขายเทียน
อัตรากำไรขั้นต้นของเทียนหอมที่ขายตรงถึงผู้บริโภคมักอยู่ประมาณ 55%–70% ขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และการวางตำแหน่งแบรนด์


