เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ดีไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องมีแกนหลักที่ชัดเจน 3 อย่าง คือ วิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่มองไปข้างหน้า อัตลักษณ์แบรนด์ที่สื่อสารตัวตนได้ชัด และหลักการทำงานที่มั่นคง องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้คุณสร้างความประทับใจแรกที่ดี นำเสนอสินค้าได้อย่างโดดเด่น และพาผู้เข้าชมไปสู่การตัดสินใจได้อย่างลื่นไหล
แม้แต่ละเว็บไซต์จะมีสไตล์แตกต่างกันตามบุคลิกของแบรนด์ แต่คุณสามารถหยิบหลักการออกแบบที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ เรียนรู้ว่าอะไรทำให้ดีไซน์เว็บมีประสิทธิภาพ รับแรงบันดาลใจจากตัวอย่างเว็บไซต์จริง และค้นพบมุมมองจากผู้ก่อตั้ง Mote เอเจนซีดิจิทัลครีเอทีฟที่คว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้ว
อะไรที่ทำให้คุณดีไซน์เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดีไซน์เว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพเกิดจากการผสานองค์ประกอบหลายด้านเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งงานภาพที่ดึงดูดสายตา โครงสร้างที่ชัดเจนใช้งานง่าย และระบบเทคโนโลยีที่เสถียร เมื่อทั้งหมดทำงานสอดประสานกัน เว็บไซต์จะสามารถให้ข้อมูลที่ผู้เข้าชมต้องการได้ครบถ้วน สร้างการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณไม่จำเป็นต้องใช้งบหลายหมื่นเพื่อลงทุนกับนักออกแบบมืออาชีพก็สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ดีได้ แม้จะเพิ่งเริ่มต้นหรือกำลังดูแลร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก ก็สามารถพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพได้ด้วยการยึดหลักการออกแบบเว็บพื้นฐานต่อไปนี้
- ทำดีไซน์ให้ชัดเจนและสม่ำเสมอทั้งเว็บไซต์
- ให้ความสำคัญกับภาพและองค์ประกอบหลัก
- ออกแบบโดยคิดถึงการใช้งานบนมือถือเป็นอันดับแรก
- สร้างระบบนำทางที่เรียบง่าย เข้าใจได้ทันที
- เพิ่มทรานซิชันที่ลื่นไหลและคอนเทนต์ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม
- ทำให้เว็บไซต์เข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
หลักการเหล่านี้จะช่วยชี้นำการตัดสินใจด้านดีไซน์ของคุณ ตั้งแต่การจัดวางเนื้อหา การเลือกฟอนต์ โทนสี ไปจนถึงตำแหน่งการวางภาพและปุ่มต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์
ตัวอย่างดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดในหมวดร้านออนไลน์
- Klur
- Justin Reed
- Girlboss
- Harper Wilde
- GOODEE
- Bruvi
- Garoa
- 3sixteen
- Lacoste
- ETQ Amsterdam
- LEIF
- Caitlin Minimalist
มาดูกันว่าแต่ละร้านใช้พลังของดีไซน์อย่างไรในการสร้างธุรกิจที่แข็งแรงและเติบโตได้จริง
1. Klur
Klur เป็นหนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ที่ดีไซน์เว็บที่ดีที่สุด เนื่องจากเน้นการสื่อสารแนวคิดความงามแบบสะอาด มีจริยธรรม และเปิดกว้างสำหรับทุกคน เว็บไซต์ของแบรนด์สะท้อนภาพลักษณ์เดียวกับบรรจุภัณฑ์สินค้า ด้วยดีไซน์มินิมอลที่ให้ความสำคัญกับการจัดวางพื้นที่ว่าง ตัวอักษร และโทนสีอย่างพิถีพิถัน
เว็บไซต์ของ Klur ออกแบบโดย Shopify Partner อย่าง Mote ซึ่งให้ความสำคัญกับความสมดุลและความเรียบง่ายเป็นหัวใจหลักของงานออกแบบ
“Klur สร้างประสบการณ์ที่สอดประสานกันตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเข้ามาบนเว็บไซต์ ไปจนถึงช่วงเวลาที่คุณเปิดใช้ผลิตภัณฑ์” Sara Mote ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง Mote กล่าว
Klur เลือกใช้ตัวอักษรหลักเพียงแบบเดียว แล้วปรับน้ำหนักและรูปแบบเล็กน้อยให้ใช้ได้ทั้งบนเว็บไซต์และบรรจุภัณฑ์สินค้า “ทุกการโต้ตอบกับแบรนด์ให้ความรู้สึกผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบ” Sara กล่าวเสริม
ที่มา: Klur
2. Justin Reed
Justin Reed ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ออกแบบโดย Mote จำหน่ายเสื้อผ้าวินเทจแฟชั่น งานศิลปะ และแอ็กเซสซอรีที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ เนื่องจากผู้เข้าชมส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์มือถือและ Instagram เว็บไซต์จึงให้ความสำคัญกับการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก โดยออกแบบระบบนำทางให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว
ผู้ใช้สามารถกรองสินค้าได้แทบทุกหน้า ไม่ว่าจะตามหมวดหมู่ แบรนด์ สี หรือเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อช่วยให้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ
“อย่าลืมตรวจสอบมุมมองหน้าจอมือถือเมื่อใช้ Shopify theme editor” Rembrant Van der Mijnsbrugge ซีอีโอและหัวหน้าวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Mote แนะนำ “คุณสามารถเริ่มดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดจากมุมมองหน้าจอมือถือก่อน แล้วค่อยสลับไปดูบนเดสก์ท็อป เพื่อให้แน่ใจว่าประสบการณ์บนมือถือออกมาดีที่สุด และลองดูข้อมูลใน Shopify analytics ของคุณว่า ทราฟฟิกหลักมาจากที่ไหน คำตอบอาจทำให้คุณแปลกใจก็ได้”
ที่มา:Justin Reed
3. Girlboss
Girlboss จำหน่ายคู่มือด้านอาชีพและคอร์สเรียนที่ช่วยให้ผู้หญิงเติบโตในสายงานของตัวเอง ดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดแห่งนี้ผสานร้านค้าออนไลน์เข้ากับคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นพอดแคสต์ บทความ จดหมายข่าว และเครื่องมือค้นหางาน
ดีไซน์มีความทันสมัยและสะท้อนความเป็นผู้หญิงอย่างชัดเจน ใช้ภาพถ่ายต้นฉบับและข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อถ่ายทอดบุคลิกของแบรนด์ และสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
ที่มา: Girlboss
4. Harper Wilde
Harper Wilde ท้าทายภาพจำเดิมๆ ของการตลาดชุดชั้นใน ด้วยการใช้ฟอนต์ตัวหนาและการสร้างแบรนด์ที่จริงใจ หน้าโฮมเพจนำเสนอโมเดลจากหลากหลายวัฒนธรรม อัตลักษณ์ทางเพศ และรูปร่าง โดยไม่พึ่งการรีทัชภาพเกินจริง
แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการทำให้เว็บไซต์เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยใช้แอป AudioEye บน Shopify เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการเข้าถึง ผู้เข้าชมสามารถเปิดโหมดใช้งานผ่านคีย์บอร์ด เปิดการรองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ หรือเลือกโปรไฟล์การแสดงผลที่ออกแบบมาสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น ผู้ที่ไวต่อแสงหรืออาการชัก ผู้มีภาวะสมาธิสั้น หรือผู้ที่มีความบกพร่องด้านการรับรู้
ที่มา:Harper Wilde
ที่มา:Harper Wilde
Alt text: ฟีเจอร์การเข้าถึงรวมถึงโปรไฟล์ปลอดภัยจากการชัก สำหรับผู้บกพร่องทางสายตา เหมาะกับ ADHD หรือความบกพร่องทางสติปัญญา
5. GOODEE
ดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดอันดับถัดมาได้แก่ GOODEE ที่คัดสรรสินค้าไลฟ์สไตล์จากแบรนด์และช่างฝีมือที่มีความรับผิดชอบ ภายใต้แนวคิด “good design, good people, and good impact” แบรนด์สื่อสารกับผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องชุมชน ความโปร่งใส และความยั่งยืนอย่างจริงจัง
ดีไซน์ของ GOODEE ใช้โทนสีเหลือง ส้ม และเบจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ภาพถ่ายคุณภาพสูงนำเสนอสินค้าในบริบทการใช้งานจริง ขณะที่คำบรรยายสินค้าเน้นเรื่องงานฝีมือและที่มาของแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน
ที่มา:Goodee
6. Bruvi
Bruvi ผลิตเครื่องชงกาแฟที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยใช้แคปซูลที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หน้าแลนดิ้งเพจดึงความสนใจตั้งแต่ส่วนบนของหน้าเว็บ ด้วยวิดีโอที่แสดงตัวเครื่อง แคปซูล และภาพคนกำลังเพลิดเพลินกับกาแฟ
อย่างไรก็ตาม การใช้วิดีโอบนหน้าเว็บควรคำนึงถึงประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ด้วย ควรบีบอัดไฟล์ เลือกฟอร์แมตที่เหมาะสม หรือใช้ระบบ CDN เพื่อให้เว็บไซต์ยังคงโหลดได้รวดเร็วและลื่นไหล
ที่มา:Bruvi
7. Garoa
ดีไซน์เว็บที่ดึงดูดสายตาด้วยภาพถ่ายที่โดดเด่นและแอนิเมชันที่ลื่นไหล เว็บไซต์แนวคอนเซปต์ของแบรนด์สกินแคร์นี้ทำได้อย่างชัดเจน ผ่านภาพถ่ายที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิด และดีไซน์ที่ตอบสนองต่ออุปกรณ์หลากหลายรูปแบบโดยยังคงใช้งานง่าย
เมื่อคลิกปุ่มเมนูมุมซ้ายบน หน้าเว็บจะเลื่อนออกเพื่อเผยตัวเลือกหลักเพียง 3 รายการ ได้แก่ Shop, Lookbook และ About ระหว่างเลื่อนดูหน้าเว็บไซต์ ยังมีองค์ประกอบอินเทอร์แอคทีฟเพิ่มเติมที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้สำรวจต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
ที่มา: Garoa
8. 3sixteen
เว็บไซต์เสื้อผ้าผู้ชายของ 3sixteen สร้างความประทับใจแรกด้วยภาพสินค้าที่มีความเป็นศิลปะ ให้ความรู้สึกเหมือนพอร์ตโฟลิโอระดับไฮเอนด์ เมื่อเลื่อนหน้าลงมา สินค้าจะถูกจัดเรียงในรูปแบบกริดที่สะอาดตา พร้อมแอนิเมชันเล็กๆ ที่ช่วยดึงสายตาโดยไม่รบกวนการใช้งาน
ด้วยการมีหน้าร้านจริงในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส รวมถึงพาร์ตเนอร์ค้าปลีกทั่วประเทศ เว็บไซต์ของ 3sixteen จึงออกแบบให้รองรับทั้งการขายออนไลน์และการเข้าชมหน้าร้าน ภาพถ่ายร้านที่สวยงามช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสบรรยากาศของแต่ละสาขาได้ พร้อมข้อมูลเวลาเปิด–ปิดและที่อยู่ที่เข้าถึงได้ง่าย
ที่มา: 3sixteen
9. Lacoste
Lacoste แบรนด์สปอร์ตแวร์ที่โดดเด่นด้วยโลโก้จระเข้ไอคอนิก เลือกใช้ดีไซน์เว็บไซต์ที่เรียบง่ายและเน้นตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน โลโก้วางอยู่มุมซ้ายบนโดยไม่มีข้อความประกอบ ขณะที่แถบเมนูแบบคงที่ช่วยจัดกรอบโครงสร้างของแต่ละหน้า
ที่มา:Lacoste
ตัวอย่างดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดแบรนด์นี้ใช้ภาพขนาดใหญ่สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมด้วยหัวข้อสั้นกระชับและปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการที่ชัดเจน เพื่อพาผู้ใช้ไปยังขั้นตอนถัดไป ดีไซน์โดยรวมสะอาดตา ใช้สีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และฟอนต์ที่อ่านง่าย หมวดหมู่สินค้าจะอยู่มุมซ้ายบน ส่วนฟังก์ชันบัญชีผู้ใช้จะอยู่มุมขวาบน เมนูแบบสองแถวช่วยให้ค้นหาสินค้าเฉพาะเจาะจงได้รวดเร็ว
10. ETQ Amsterdam
เว็บไซต์รองเท้าและเสื้อผ้าผู้ชายระดับพรีเมียมของ ETQ Amsterdam สะท้อนอัตลักษณ์แบรนด์แนวมินิมอลอย่างชัดเจน แนวคิด “quiet luxury” ถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายที่เรียบคม พื้นที่ว่างที่จัดสรรอย่างลงตัว และภาพถ่ายขาวดำที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหราและสุขุม
ที่มา: ETQ
11. LEIF
LEIF แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากบรู๊กลิน สร้างบรรยากาศที่สงบและเป็นมิตรบนดีไซน์เว็บไซต์ร้านออนไลน์ของตัวเอง ด้วยโทนสีอ่อนละมุน เส้นกรอบแบบร่างดินสอที่ดูนุ่มนวล และเมนูนำทางที่เรียบง่าย แบนเนอร์ขนาดเล็กด้านบนช่วยอัปเดตโปรโมชันและประกาศสำคัญโดยไม่รบกวนภาพรวมของดีไซน์
ที่มา:LEIF
12. Caitlyn Minimalist
แบรนด์เครื่องประดับ Caitlyn Minimalist อีกหนึ่งตัวอย่างดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดที่โดดเด่นด้านการทำให้ฟังก์ชั่นใช้งานบนมือถือสะดวกยิ่งขึ้นด้วยการเลื่อนแนวนอน เมื่อทีม Mote ออกแบบหน้าโฮมเพจให้แบรนด์ พวกเขาคำนึงถึงมุมมองและการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก
“หมวดหมู่อย่างสร้อยคอ แหวน และต่างหู จะเลื่อนในแนวนอนบนมือถือ” Rembrant อธิบาย “ผู้ใช้คุ้นเคยกับการเลื่อนแนวนอนบนโทรศัพท์อยู่แล้ว วิธีนี้ช่วยแสดงคอนเทนต์ได้มากขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าเว็บยาวเกินไป”
ที่มา:Caitlyn Minimalist
เคล็ดลับการดีไซน์เว็บไซต์ให้ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
มาดู 4 หลักการสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมักนำไปใช้
ทำให้ดีไซน์มีจุดโฟกัสชัดเจน
ใช้แนวทางต่อไปนี้ช่วยตัดสินใจว่าอะไรควรมี และอะไรควรตัดออก
- เริ่มจากกำหนดแบรนด์ไกด์ไลน์ให้ชัด ทั้งสี ฟอนต์ สไตล์ และภาพที่ใช้
- เลือกชุดสีที่เรียบง่าย เช่น ดำ ขาว และสีหลักของแบรนด์อีก 2–3 สีที่เข้ากันได้ดี
- เลือกฟอนต์ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์ และกำหนดวิธีใช้ในหัวข้อและเนื้อหาให้ชัดเจน
- พัฒนาโทนเสียงของแบรนด์และสไตล์ภาพถ่ายให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
ปล่อยให้ภาพพูดแทน
เว็บไซต์ที่เน้นภาพมักดึงดูดความสนใจได้ดี และภาพถ่ายสินค้าช่วยให้สินค้าพูดแทนตัวเองได้
- ตั้งเป้าให้คอนเทนต์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นองค์ประกอบภาพ
- ภาพที่ดีสร้างความประทับใจแรกได้ดีกว่าข้อความจำนวนมาก
- แสดงภาพผู้คนกำลังใช้งานสินค้า และใช้ภาพคุณภาพสูงที่โหลดได้รวดเร็ว
หากเว็บไซต์ของคุณยังคงความเร็วในการโหลดได้ดี อาจพิจารณาใช้วิดีโอเพิ่มเติม “วิดีโอมีพลังในการเล่าเรื่อง” Rembrant กล่าว และยังสามารถนำไปใช้ต่อบนโซเชียลมีเดียได้ด้วย “วิดีโอมีขนาดใหญ่กว่าภาพนิ่ง และเหมาะกับแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram”
ลดความซับซ้อนของดีไซน์
เว็บไซต์ที่รกเกินไปอาจทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกสับสน ข้อความมากเกินไปลดการมีส่วนร่วม ภาพมากเกินไปทำให้ใช้งานยาก และปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการมากเกินไปอาจดูเร่งรัด
ลองปรับตามแนวทางนี้
- ลองมีปุ่มหลักที่อยากให้คนกดแค่ปุ่มเดียว
- เลือกภาพที่ช่วยพาคนดูไปต่อได้ง่าย
- เพิ่มพื้นที่ว่างเพื่อให้เนื้อหาหายใจได้
- ใช้สีที่มีคอนทราสต์ชัดเจน
ทำระบบนำทางชัดเจนและใช้ง่าย
ให้ความสำคัญกับการออกแบบ UI และ UX เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่าย
- วางเมนู เส้นทางนำทาง และแผนผังเว็บไซต์ในตำแหน่งที่ผู้ใช้คุ้นเคย
- คิดถึงเส้นทางการใช้งานของลูกค้า และทำให้พวกเขาค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ตลอดเวลา
- ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าความสวยงามเมื่อจำเป็น
อย่าลืมว่า เว็บไซต์ที่ใช้งานได้ดีมีค่ามากกว่าเว็บไซต์ที่สวยแต่ซับซ้อน “การเข้าถึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการออกแบบ” Sara Mote ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง Mote กล่าว “ทุกครั้งที่เราสร้าง mockup เราจะเตือนตัวเองเรื่องการเข้าถึงเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีแผนรองรับประเด็นนี้ เพราะแนวปฏิบัติด้านการเข้าถึงจำนวนมากช่วยยกระดับประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ทุกคน”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดีไซน์เว็บที่ดีที่สุด
ดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดและใช้งานได้จริง มีลักษณะยังไง?
ดีไซน์เว็บที่ดีที่สุดควรสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ ดูสวย และใช้งานได้ลื่นไหล ต้องใช้งานง่าย สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ และช่วยให้ผู้เข้าชมหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เว็บไซต์ควรทำงานได้ดีบนมือถือ และรองรับการเข้าถึงสำหรับทุกคน รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการใช้งาน
แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับการสร้างเว็บไซต์มากที่สุด
Shopify Website Builder เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทุกขนาด มาพร้อมเครื่องมือแก้ไขแบบลาก-วาง เทมเพลตที่ปรับแต่งได้ และเครื่องมือสำหรับการชำระเงิน การตลาด และ SEO นอกจากนี้ Shopify App Store ยังช่วยเพิ่มฟีเจอร์ด้านการจัดส่ง ระบบบัญชี และความสามารถอื่นๆ ตามการเติบโตของธุรกิจ
ซอฟต์แวร์อะไรบ้างที่ใช้สำหรับออกแบบเว็บไซต์
คุณสามารถเลือกเครื่องมือได้ตามความต้องการ
- สำหรับผู้เริ่มต้น: โปรแกรมทำเว็บไซต์อย่าง Wix, Squarespace และ Weebly
- สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น: ระบบจัดการคอนเทนต์อย่าง WordPress
- สำหรับนักออกแบบมืออาชีพ: เครื่องมืออย่าง Adobe Dreamweaver และ Figma
- สำหรับร้านค้าออนไลน์: Shopify มอบความสมดุล ระหว่างความง่ายในการใช้งานและการปรับแต่ง


